ศุกร์, พฤษภาคม 24, 2019

ค้นหา

เที่ยวถิ่นไทย

โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ระโนด

 

 

 

พระพุทธรูปสองพี่น้อง “พระพุทธรูป” เก่าแก่คู่เมืองพัทลุง

“พระพุทธรูปสองพี่น้อง” เป็นหนึ่งในโบราณสถาน ที่ประดิษฐ์ฐานอยู่ในบริเวณพื้นที่วัดเขียนบางแก้ว ตั้งอยู่ เลขที่ 42 บ้านบางแก้ว หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย “วัดเขียนบางแก้ว” เป็นวัดที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงควบคู่กับประวัติเมืองพัทลุง ตามตำนานเล่าว่า นางเลือดขาวและพระยากุมาร เป็นผู้สร้าง ประมาณปี พ.ศ. 1483 พร้อมทั้งโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.1490 และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากลังกา มาบรรจบไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ.1493 ซึ่งในวัดเขียนบางแก้ว มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมธาตุเจดีย์ พระวิหารคด พระอุโบสถมหาอุด สถานโบสถ์พราหมณ์ วิหารถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พิพิธภัณฑ์สถานของชาติวัดเขียนบางแก้ว พระคุลาศรีมหาโพธิ์ และพระพุทธรูปสองพี่น้อง เป็นต้น

“พระพุทธรูปสองพี่น้อง”ประดิษฐ์อยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระคุลาศรีมหาโพธิ์ ประมาณ 200 เมตร ตามตำนานว่าผู้สร้างคือ “เจ้าฟ้าคอลาย” ซึ่งเป็นบุตรของนางเลือดขาวกับพระยากุมาร เจ้าเมืองพัทลุง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และอุทิศส่วนกุศลให้กับบิดามารดาผู้ล่วงลับ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกพระพุทธรูปทั้ง 2 ที่สร้างขึ้นว่า “พระพุทธรูปสองพี่น้อง” สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 เดิมเป็นพระพุทธรูปหินทรายแดง แตกหักจำนวน 2 องค์ เหลือแค่เคียรต่อมา พระมหาพันธ์ ธมมนาโก เจ้าอาวาส ได้บูรณะขึ้นใหม่เป็นพระพุทธรูปปั้นเมื่อ พ.ศ.2507 เสร็จเมื่อ พ.ศ.2513 และยังคงประดิษฐ์ฐานอยู่ในบริเวณพื้นที่วัดเขียนบางแก้วจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

 

จากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา สู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงาม “สะพานข้ามกาลเวลา” อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

 

‘สะพานข้ามกาลเวลา’ เป็นสะพานที่มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวยงามซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขาโต๊ะหงาย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมและดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงามของประชาชนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้

นอกจากนี้ ‘สะพานข้ามกาลเวลา’ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยา ที่พบว่าหินบริเวณเขาโต๊ะหงาย เป็นแนวลอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเป็นตัวแบ่งหินที่มีอายุแตกต่างกัน 2 ยุค เสมือนเป็นเขตข้ามกาลเวลา คือหินทรายสีแดงยุคแคมเบรียน (อายุประมาณ542-488 ล้านปี) และหินปูน ยุคออร์โดวิเชียน (อายุประมาณ 488 – 444 ล้านปี) ทำให้เห็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติและความสวยงามของทัศนียภาพ

ในด้านการส่งเสริมนั้น ‘สะพานข้ามกาลเวลา’ แห่งนี้ยังได้ใช้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจโดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ได้จัดการวิ่งข้ามกาลเวลา วิวาห์ข้ามยุคซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก   สำหรับใครที่มาเที่ยวจังหวัดสตูล และมีโอกาสได้ไปหมู่เกาะเภตรา ไม่ควรพลาด ที่จะเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และเก็บภาพความประทับใจของ “สะพานข้ามกาลเวลา” แห่งนี้

สำหรับใครที่มาเที่ยวจังหวัดสตูล และมีโอกาสได้ไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ไม่ควรพลาด ที่จะเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และเก็บภาพความประทับใจของ “สะพานข้ามกาลเวลา” แห่งนี้

   

พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม จังหวัดกระบี่ มนต์เสน่ห์ แห่งเครื่องประดับ

พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม จังหวัดกระบี่
มนต์เสน่ห์ แห่งเครื่องประดับ 
ผ่านกาลเวลา นับห้วงศตวรรษ
“ลูกปัดคลองท่อม”

พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูอาทรสังวรกิจ (สวาส) ฉายา กนฺตสงฺวโร นามสกุล เอี่ยวน้อย อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองท่อม เจ้าคณะอำเภอคลองท่อมและอำเภอเกาะลัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ วัดคลองท่อม บนถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ ๗๑-๗๒ ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองท่อมประมาณ 1 กิโลเมตรพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บสะสมสิ่งของ วัตถุโบราณจำนวนมากมายซึ่งขุดค้นพบได้ในบริเวณที่เรียกว่า "ควนลูกปัด" อันเป็นเนินดินหลังวัดคลองท่อม อาทิ เครื่องมือหิน เครื่องประดับซึ่งทำจากหินและดินเผา รูปสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกปัดอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของมนุษย์สมัยเมื่อ 5,000 ปีเศษมาแล้ว เปิดให้เข้าชมเวลา 8.30-11.00 น. และ 13.00-17.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม

พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม มีประวัติอันยาวนาน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2509 ได้มีการรวบรวมลูกปัดมาไว้ที่วัดคลองท่อม และได้นำลูกปัดส่วนหนึ่งส่งให้กรมศิลปากรจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร หลังจากนั้นในปี 2510 อธิบดีกรมศิลปากรพร้อมคณะได้เดินทางออกสำรวจแหล่งลูกปัดในชุมชนคลองท่อม และในปี 2516 ได้มีการสำรวจแหล่งโบราณคดีคลองท่อม และตั้งข้อสันนิษฐานว่า เป็นเมืองท่าโบราณและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญ มีหลักฐานการติดต่อค้าขายกับชนชาติกรีกและโรมัน ต่อมาในปี 2522ได้ค้นพบวัตถุโบราณ ที่มีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างยิ่ง เพราะจากการสำรวจ ได้ขุดพบลูกปัดจำนวนมาก อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 5-12 หลังจากนั้นในปี 2525 ได้มีการรวบรวมลูกปัด ที่สะสมไว้ทั้งหมดและก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณของชุมชนคลองท่อม จนล่าสุด ในปี 2549 – ปัจจุบัน : นายพิริยะ ศรีสุขสมวงศ์ นายกเทศมนตรี ต.คลองท่อมใต้ ได้ดำเนินการบูรณะและจัดระเบียบภายในพิพิธภัณฑ์สถานวัดคลองท่อม เพื่อให้บริการแก่เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้

เมื่อเราได้ลองดูประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าพิพิธพันธ์แห่งนี้นับว่ามีความโดดเด่นใน เรื่องลูกปัด จนกลายเป็นที่มาของลูกปัดคลองท่อม ซึ่งปัจจุบัน ชุมชนคลองท่อม เป็นแหล่งอุตสาหกรรม ในการทำลูกปัดโบราณที่มีขนาดใหญ่มาก ลูกปัดที่ถูกฝังอยู่กับอดีตมานับเป็นพัน ๆ ปี มีตำนานสักเท่าใดใครก็ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน รู้แต่ว่า มีจำนวนมากมายมหาศาล ทุกคนที่เกิดมารุ่นหลัง ๆ จนถึงปัจจุบันก็พบว่า มีลูกปัดอยู่ในบริเวณชุมชน คลองท่อมโบราณอยู่แล้ว ชาวบ้านรุ่นก่อน ๆ พบลูกปัดบริเวณนี้มานานแล้วแต่เนื่องจากเห็นเป็นวัตถุโบราณ ไม่มีใครนิยมเก็บมาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว ด้วยลูกปัดคลองท่อม เป็นแหล่งโบราณคดี ที่สันนิษฐานว่า เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมในการทำลูกปัดที่ใหญ่ เพราะพบลูกปัดจำนวนมาก อีกทั้งมีรูปแบบ และวัสดุที่นำมาใช้ทำลูกปัดอันหลากหลาย มีขนาดตั้งแต่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 มิลลิเมตร ไปจนถึง 1.5 เซนติเมตร ยาว 1 ถึง 8.4 เซนติเมตร ลูกปัดคลองท่อมมีรูปแบบต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายและมีรูปแบบมากกว่าแหล่งอื่นๆ ที่พบในประเทศไทย

ลูกปัดสุริยะเทพ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีลวดลายคล้ายรูปหน้าตาของสุริยเทพ หินมีขอบสีเขียวและสีแดงสลับกันคล้ายรัศมีแสงอาทิตย์ คาดว่ามีอายุต่ำกว่า 2,000 ปี และไม่สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้

นอกจากนี้ลูกปัดสุริยะเทพ ยังถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งลูกปัดโบราณ เนื่องจากมีการค้นพบเพียงแหล่งเดียวที่ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เท่านั้น เริ่มแรกเรียกชื่อกันอย่างตรงไปตรงมาว่า "ลูกปัดหน้าคน" แต่ต่อมาก็ดูแล้วพบว่าเหมือนอินเดียแดงที่ประดับศีรษะด้วยขนนก จึงพากันเรียกว่า "ลูกปัดหน้าอินเดียนแดง" กันอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาจึงเรียกว่า " ลูกปัดสุริยเทพ " ดังปัจจุบันนี้

 

“ถ้ำมาลัยเทพนิมิต”

 

“ถ้ำมาลัยเทพนิมิต”

ร่วมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

ชมความงามหินงอกหินย้อย

โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

 

ถ้ำมาลัยเทพนิมิตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของชาวจังหวัดพัทลุง เป็นถ้ำหินปูนที่มีทั้งหินงอกหินย้อยที่สวยงามตามธรรมชาติจำนวนมาก ดั่งเทพนิมิตขึ้นมา มีห้องโถงที่กว้าง และมีการสร้างราวบันได มีการติดไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่าง แก่นักท้องเที่ยวเดินชม ไปตามเส้นทางภายในถ้ำ ดูหินงอกหินย้อย ในรูปลักษณ์ต่างดังเหมือนมีการสร้างบนวิมารสวรรค์ และในบริเวณเดียวกันยังมีถ้ำกูรำ และถ้ำเล็กๆ อีกหลายแห่งที่สามารถเดินติดต่อกันได้เพื่อชมความงามของหินงอกหินย้อย  บนภูเขามีลานชมทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งหมด รวมทั้งมีเจดีย์ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นบันไดกราบไหว้พระอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในถ้ำมีแอ่งน้ำใสที่มองเห็นฝูงปลานานาชนิด ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า วังมัจฉา ซึ่งตอนนี้ถ้ำมาลัยแห่งนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวชมอีกครั้งหลังทิ้งร้างมานานหลายปี สถานที่แห่งนี้ได้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง  ซึ่งการเดินทางโดยรถยนต์ การเดินทางจากสถานีรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตร บนเส้นทางหลวงหมายเลข 4047 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 7-8 จะมีทางลาดยางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก2 กิโลเมตร

 

 

สถานที่ติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สำนักงาน เทศบาลเมืองพัทลุงหมายเลขโทรศัพท์ 0-7461-3007

 

 

 

 

   

หน้า 1 จาก 6