อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

ปากคำ ‘ซอมะ มะเซ็ง’ ส.อบจ.หนึ่งเดียวจากธารโต ...เราแค่กันดารในเส้นทาง

images
     คนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมพัฒนามัสยิดในทุกวันศุกร์เป็นประจำ คงจะคุ้นเคยกับ ส.อบจ. ‘ซอมะ มะเซ็ง’ ที่นับเป็นเจ้าประจำในกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้นโครงการเลยทีเดียว
     ซอมะนับเป็นอีกคนที่เป็นเงาข้างกายของฝ่ายบริหาร อบจ.ยะลา ผลงานในพื้นที่ก็ใช่ย่อย ล่าสุดที่เห็นเด่นชัดคือ เป็นหัวเร่าหัวแรงในความสำเร็จของโครงการก่อสร้างถนนท่าเรือใน ต.แม่หมาด ที่ยาวเกือบ 1 กม. แก้ปัญหาความยากลำบากการสัญจรไปมาของชาวบ้านเขตพื้นที่ ที่วันนี้วิถีชีวิตยังคงผูกพันกับสายน้ำ ขุนเขา มากกว่าพื้นที่ราบ 
     อีกโครงการที่น่าสนใจ คือโครงการฝายภูเขาซึ่งทำในเขต ต.บ้านแหรและคีรีเขต ที่เพิ่งเสร็จสิ้น หลังดำเนินการตั้งแต่ช่วงปี 47 แต่มาติดขัดในเรื่องสถานการณ์     
     ส.อบจ.โทนจากธารโตคนนี้ วันนี้เขาคือรองประธานสภา อบจ.คนที่ 2 ถัดจากมะรอซิ รอยิง ส.อบจ.เขต 3 จาก อ.ยะหา ซึ่งเพิ่งเลือกตั้งกันใหม่เมื่อมีกี่วันที่ผ่านมา
     เกิดที่ ม.1 ต.บ้านแหร ในครอบครัวชาวสวน เรียนจบศาสนาในระดับมูตะวัสซิส ส่วนสายสามัญอยู่ในระดับอนุปริญญา คณะวารสารศาสตร์ ว.ค.ยะลา มาเป็นทหารเสนารักษ์ที่ค่ายคอหงส์ (หาดใหญ่) 2 ปี ก่อนกลับไปยังบ้านเกิดนำความรู้ไปใช้ในฐานะแพทย์ประจำตำบลบ้านเกิด ควบไปถึง อสม. กระทั่งรู้จักทุกซอกทุกมุมของพื้นที่และยังเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว กระทั่ง 8 ปีต่อมาเขาจึงกลายมาเป็น สจ. 
และวันนี้เขาอยู่ในตำแหน่งนี้ 4 สมัยเข้าไปแล้ว เพียงเว้นวรรคไป 1 สมัย คือช่วงปี 47 ที่สถานการณ์คุกรุ่นจนยากเข้าสัมผัสพื้นที่ แต่คนที่ได้ไปก็เป็นญาติสนิท
     เคยเป็นรองนายก อบจ.ยุคนายกฯ อับดุลลาเตะ ยากัด ช่วงปี 40 และเป็นรองประธานสภาครั้งแรกยุคนายกฯ อาซิส เบ็ญหาวัน ปัจจุบันเขาคือนิสิตปีแรกในระดับ ป.ตรี คณะ รปศ.ม.ราชภัฎยะลา                     
     ใครที่ยังไม่รู้จักธารโต เขาเล่าถึงพื้นที่นี้คร่าวๆ ว่า “ประกอบไปด้วย 4 ตำบล 1. คีรีเขต 2. แม่หวาด 3. บ้านแหร และ 4.ธารโต มีพี่น้องมุสลิม-พุทธอาศัยในสัดส่วน 58 / 42 เปอร์เซ็นต์ พี่น้องพุทธส่วนใหญ่อาศัยอยู่แถบแม่หวาด คีรีเขต ธารโต แถบบ้านแหรจะอาศัยอยู่น้อย แน่นอนว่าชาวไทยพุทธดั้งเดิมส่วนใหญ่อพยพมาจากพัทลุง นครฯ ส่วนพี่น้องเชื้อสายจีนจะไหลมาทางฝั่งเบตง จะอาศัยอยู่แถบบ้านวังไทร ปะเด็ง อีกส่วนกระจัดกระจายยังพื้นที่อื่นๆ
     ที่แปลก! หากเดินทางไปธารโตในบางพื้นที่ เช่น วังไทร ปะเด็ง ต้องวกเข้าไปทางอัยเยอร์เวง (บันนังสตา) ประมาณ 3 กม.ก่อนจะถึงที่หมาย     
     ด้วยพื้นที่ที่เป็นป่าเขา อากาศจึงไม่แตกต่างจากเบตง หรือแถบภาคเหนือตอนบนของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยาง สวนผลไม้ อีกส่วนมีรายได้ในการประมงน้ำจืดจากแม่น้ำเขื่อนบางลาง มาที่นี่ใครยังไม่ได้ชิมปลาจีนถือว่ายังมาไปถึง 

     จึงไม่แปลกที่ซอมะจะบอกว่า “ธารโตไม่มีนา” และว่า “เปรียบเทียบแล้ว ธารโตถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจดีในอันดับ 2 รองจากเบตง ตามหลังเราติดๆ คือบันนังสตา แบ่งกันระหว่างคนรวยในพื้นที่ กับคนนอกพื้นที่ที่เข้ามารวย ”

     ซึ่งเขาหมายถึงยางพารา ที่วันนี้ราคายังไปไกลสุดกู่ และหลายพื้นที่เจ้าของเป็นคนจากปัตตานี หรือจากที่อื่นๆ “เรื่องเศรษฐกิจเราดี แต่เรากันดารในเส้นทางสัญจร” เขาว่า 
แม้วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป แต่ซอมะยังเดินทางเข้าหมู่บ้านเป็นปกติ เขาเล่าว่า ครั้งใดที่เดินทางมาประชุมยัง อบจ.ต้องแวะตามร้านน้ำชาในพื้นที่ผ่านทุกครั้ง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกครั้งเขาจะใช้เวลาเดินทางมากว่าคนปกติ 

     เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังเดินทางไปกับรองยี (อับดุลอายี สาแม็ง รองนายกฯ) เพื่อไปพัฒนาวัดในวันพฤหัสที่บ้านวังไทร กินนอนที่โรงเรียนอนุบาล ก่อนออกเดินทางต่อไปยังเบตงในอีกวัน เพื่อทำโครงการพัฒนามัสยิด

     เขาบอกถึงโครงการที่กำลังดำเนินการ แต่ไม่รับปากว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะต้องใช้งบประมาณถึง 134 ล้านบาท

     “ตอนนี้กำลังเสนอโครงการไปยัง กอ.รมน.ของบประมาณในการซ่อมแซมถนนถ่ายโอนในพื้นที่ธารโตทั้งหมด ซึ่งยอมรับว่าเรามีปัญหาหนัก ถนนทรุดโทรมไปมาก” ซอมะทิ้งท้าย