จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

คำขวัญวันเด็ก จาก ‘ระกากับราณี’ สู่ยุค 3 G สะท้อนสังคม เศรษฐกิจ การเมือง !?

images          คำขวัญวันเด็กเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ ? หลายคนคงไม่, และอยากรู้  

         ไม่มากคนที่จะจดจำคำขวัญวันเด็กในช่วงวัย 7-8 ขวบได้ “สารศรีญาลอ” ฉบับนี้จึงอยากย้อนวันวานคำขวัญวันเด็กตั้งแต่จอทีวีขาว-ดำแบบ ยุคถ่านไฟฉายตรากบ จนถึงยุค 3 G มาทวนความจำกันอีกครั้ง
  

         อ่านแล้วน่าจะสะท้อน-เห็นถึงนัยะอะไรบางอย่าง    

         เริ่มต้นด้วยยุค “รัฐนิยม” ที่หลวงห้ามเคี้ยวหมาก-พลูจน (เหงือก) คนยุคนั้นแทบลงแดงตาย หรืออีกนัยคือรุ่นแบบเรียน “ระกากับราณี” เริ่มปี 2499 สมัยจอมพล ป.(แปลก) พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกฯ มีว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม (ปี 2500-2502 ไม่มีข้อมูล-ผู้เขียน)          ตัดฉับมายุค “จอมพลผ้าขะม้าแดง” ปี 2502-2506 ที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ เจ้าของวลี “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” เริ่มปี 2502 มีว่า “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า” ปี 2503 เปลี่ยนประโยคท้ายเป็น “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด”  ปี 2504 เปลี่ยนประโยคท้ายอีกว่า “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย”  ปี 2505 ขึ้นต้นเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนคำลงท้าย “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด” ตบท้ายปี 2506 เหมือนเดิมแต่เปลี่ยนคำท้ายอีก ว่า “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด”
  
         มาปี 2507 ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากทางการงดจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

         เข้าช่วงปี 2508 – 2516 ตุลาวิปโยค (ยุคบุบผาชน) จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกฯ ปี 2508 มีว่า “เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี ปี 2509 มีว่า “เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี” ปี 2510 มีว่า “อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดี มีความประพฤติเรียบร้อย” ปี 2511 มีว่า “ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง” 
  
         ปี 2512 มีว่า “รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ” ปี 2513 มีว่า “เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส” 2514 มีว่า “ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ” ปี 2515 มีว่า “เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ” 

         ตบท้ายด้วยปี 2516 มีว่า “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” น่าจะคุ้นๆ สำหรับใครหลายคน  
  
         ช่วงปี 2517 – 2518 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกฯ มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า “สามัคคีคือพลัง”
ส่วนปี 2518 มีว่า “เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี” 
  
         มาปี 2519 ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกฯ ทั้งๆ ที่พรรคกิจสังคมได้ ส.ส.แค่หลักสิบ เจ้าตำรับประชานิยมยุคบุกเบิก หรือ “ปราชญ์แห่งสยาม” มีว่า “เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้” 
  
         พอมาปี 2520 ยุคนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ มีว่า “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย” ปี 2521 ยุค “นายกฯ ตาหวาน” พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มีว่า “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” ถือว่าคุ้นๆ  ส่วนปี 2522 มีว่า “เด็กไทยคือหัวใจของชาติ”  ปี 2523 มีว่า “อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย” 
  
         ยุค 2524 – 2531 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ปี 2524 มีว่า “เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม ปี 2525 มีว่า “ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย”  ปี 2526 มีว่า “รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม ปี 2527 มีว่า “รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา” ปี 2528 มีว่า “สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม” 
  
        ปี 2529 มีว่า “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม ปี 2530 มีว่า “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม” และตบท้ายด้วยปี 2531 มีว่า “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม” ก่อนลงหลังเสืออย่างสง่างามด้วยวาจาสะเทือนเลื่อนลั่น “ (ป๋า) ผมพอแล้ว”     
  
       ปี 2532 พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ เจ้าของม้อตโต้เด็ด “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” มีว่า “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม ปี 2533 มีว่า “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม”  ปี 2534 มีว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา” ก่อนถูกปฏิวัติกลางอากาศโดย “นายพลเสื้อคับ” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ในฐานะประธาน รสช. ปี 2535  นายอานันท์ ปันยารชุน นายกฯ ขัดตาทัพให้คำขวัญว่า “สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม” 
  
       ปี 2536 “นายกฯ คนซื่อ” ชวน หลีกภัย  มีว่า “ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”  ปี 2537 มีว่า “ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”  ปี 2538 มีว่า “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม”  ปี 2539 ยุคนายบรรหาร ศิลปะอาชา เจ้าของฉายา “เติ้งเสี่ยวหาร” เป็นนายกฯ มีว่า “มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด” 
  
       ปี 2540 สมัยพ.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  “จิ๋วหวานเจี้ยบ” เป็นนายกฯ มีว่า “รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด 
  
       ปี 2541 อีกครั้งที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ มีว่า “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย” ปี 2542 มีว่า “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย”  ปี 2543 มีว่า “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย ปี 2544 มีว่า “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
  
        ปี 2545-2549 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีว่า “เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส มีว่า “2546 เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี  ปี 2547 มีว่า “รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน” ปี 2548 มีว่า “เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด” ปี 2549 มีว่า “อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด” 
  
       ปี 2550 เข้าสู่ยุค คมช.ที่มีพล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ความว่า “มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข ปี 2551 มีว่า “สามัคคี มีวินัย ใฝ่ความรู้ เชิดชูคุณธรรม” 
  
       ปี 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “โอบรามาร์ค” นายกฯ รูปหล่อ คือ “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี”
 
       ล่าสุด ปี 2553 มีว่า “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” 
 
       คำขวัญจากยุคสู่ยุค ยิ่งมีนัยะประหวัดไปถึงสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย