จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

เปิดvision ‘นายกฯเสรีย์’ พัฒนาพรุค้าวคาวสู่แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน

แนวทางการพัฒนาสวนสาธารณะพรุค้างคาวเป็นเช่นไร ตั้งเป้าการพัฒนาไว้อย่างไร 
 
     เรื่องการพัฒนาพรุค้างคาวนั้นเริ่มมาประมาณ ปี 2540 เป็นต้นมา ซึ่งได้ออกแบบและวางแผนไว้ว่าจะขุดลอกให้เป็นเกาะกลางน้ำ จำนวน 7 เกาะ มีเจตนาชัดเจนแล้วว่าจะทำเป็นเกาะอะไรบ้าง จะปลูกต้นไม้อะไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นไม้เชิงซ้อน

     ซึ่งการดำเนินการเน้นหนักเรื่องการเรียนรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ โดยการดึงเอาศาสนาเข้าไปรวมด้วย เช่น เกาะที่มีการนำเสนอเรื่องราวประวัติของพระพุทธศาสนา เกาะที่รวบรวมพืชสมุนไพร มุ่งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของต้นไม้และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นต้นไม้เชิงซ้อนก็จะมีผลพลอยได้จากต้นไม้คือ มีนกเข้ามาหาอาหาร และพักอาศัยทำให้เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นด้วย 
 
     ส่วนเรื่องที่คิดขึ้นมาใหม่คือ พื้นที่เดิมที่เตรียมไว้สำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงานหลังใหม่ ภายในพรุค้างคาว ที่เมื่อก่อนเคยปลูกต้นโพธิ์ไว้ ตอนนี้กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ จึงมีแนวคิดว่าจะเปลี่ยนสถานที่ดังกล่าวให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนบ้านพรุ โดยการใช้พื้นที่ทำเป็นเกาะที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ให้ชาวบ้านพรุมาสักการะบูชา เป็นศูนย์กลางในการรวมจิตใจผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาต่อไป

     กิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นในพรุค้างคาวจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
 
     แนวคิดตรงนี้ คือต้องการให้พรุค้างคาวมีชีวิต คือเอากิจกรรมอะไรเข้ามาก็ได้ เพียงแค่ต้องการให้มีพรุค้างคาวมีชีวิตแค่นั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น งานลอยกระทง

     นอกเหนือจากการเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว เป็นการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวทั้งคนในพื้นที่เอง และคนภายนอกพื้นที่ รวมทำกิจกรรมต่างๆ ทางเราจะจัดขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นการจัดการทางเศรษฐกิจของคนบ้านพรุได้ระดับหนึ่ง คือจะการมีการซื้อ – ขาย เกิดขึ้นก่อให้เกิดเป็นอุปสงค์ และอุปทาน ทำให้คุณภาพชีวิต ความเป็นของชาวบ้านพรุดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องการให้พรุค้างคาวเป็นอัตลักษณ์ของชาวบ้านพรุ
 
     แต่เนื่องจากตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอัตลักษณ์ของบ้านพรุ แต่คาดว่าไม่นานน่ารู้ว่าอะไรคืออัตลักษณ์ของที่นี่ ซึ่งน่าเสียดายเมื่อก่อนเคยคิดว่าจะก่อสร้างอาคารสำนักงานให้ตั้งอยู่กลางเกาะ เป็นศาลากลางน้ำ ให้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรมุข ให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม แล้วถ่ายภาพไปอวดความงาม ซึ่งอันนี้ก็น่าจะเป็นอัตลักษณ์ได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ก็ต้องหาความเป็นอัตลักษณ์อย่างอื่นต่อไป

     หลังจากสร้างอัตลักษณ์ ได้สำเร็จ ก็ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในถิ่นเกิดของตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ต้องเรียนรู้และศึกษาต่อไป