อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

‘สงขลาคือหัวใจแห่งประชาคมอาเซียน’ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2554 ที่โรงแรมบี.พี. สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ในงานการรับมือและผลกระทบในการค้าเสรีอาเซียน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาร่วมกับชมรมการจัดการงานบุคคลจังหวัดสงขลา จับมือการจัดเวทีดังกล่าวเพื่อเป็นการเตรียมตัวให้กับแรงงานไทยในอนาคตว่าหลังจากมีการบันทึกข้อตกลงเขตการค้าเสรีแล้วจะได้รับผลกระทบอะไรเช่น ซึ่งในงานได้เชิญ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน มาเป็นประธาน และร่วมปาถกฐาพิเศษ เรื่องแนวทางการรับมือกับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีต่อแรงงานไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้

“กระผมดีใจมากๆ ที่เห็นความตื่นตัวของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา มากกว่าจังหวัดอื่นๆ ในเรื่องการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

หัวข้อที่ตั้งไว้วันนี้ คือ ผลกระทบ การเตรียมตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแรงงาน บุคคลากร ทรัพยากรมนุษย์ ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนภายในปีพ.ศ.2558 หรือปี ค.ศ.2015

ประชาคมอาเซียนวางอยู่บน 3 เสาหลัก เสาหลักที่หนึ่ง คือ เรื่องการเมืองและความมั่นคง Political and Security Community เสาหลักที่สองคือ Economic Community หรือ AEC และอีกเสาหลักหนึ่งคือ เรื่องสังคมและวัฒนธรรม ASEAN SOCIO CULTURAL COMMUNITY แปลว่า เป็นเสาที่จะทำให้ประชากรอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 600 ล้านคนมีความรู้สึก รู้จัก เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นเจ้าของประชาคมนี้ด้วยกัน พร้อมจะเข้ามาหาประโยชน์จากประชาคมนี้ แข่งขันในประชาคมนี้ และเป็นเจ้าของในการสร้างประชาคมนี้ด้วยกัน

โลกสมัยใหม่ คือโลกที่แข่งขันกันด้านเศรษฐกิจ ภาษาที่ใช้กันในการทูตสมัยใหม่ คือภาษาธุรกิจ การลงทุน การแข่งขัน เดี๋ยวนี้การทูต มีน้อยที่จะพูดกันถึงเรื่องความมั่นคง ข้อตกลง การรับรองข้อตกลง 60-70% เป็นเรื่องของการลงทุน การแลกเปลี่ยน การท่องเที่ยว การแข่งขัน การลดภาษี การลดกำแพงภาษี การลดกำแพงซึ่งไม่ใช่ภาษี

กำแพงซึ่งไม่ใช่ภาษีคือ คุณภาพของสินค้า ขนาด ส่วนผสม สีสันของสินค้า เพื่อที่จะตั้งประเด็นกีดกันไม่ให้สินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเข้ามา เพราะมีการลดภาษีระหว่างกันหมดแล้ว ตามข้อตกลง เค้าเรียกว่า None Tariff Barrier คือการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่การเก็บภาษี สินค้าเข้า

เพราะฉะนั้นสงขลาหรือภาคใต้ของประเทศไทย ถ้ามองแผนที่ของภูมิภาค จะเห็นเป็นหัวใจที่ยื่นเข้าสู่อาเซียน ทางใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ทางตะวันตก เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ทางตะวันออกสองร้อยกว่ากิโลเมตรข้ามอ่าวไทยก็คือเขมร เวียดนาม ไกลไปอีกหน่อยก็คือฟิลิปปินส์

จะเห็นว่าด้ามขวานของภาคใต้ของเรา ยื่นเข้ามาในหัวใจของอาเซียน มันจึงมีการท้าทายมาก มีสิ่งต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้ รับรู้มาก โอกาสมีมาก ลูกหลานของเรา หรือตัวเราเอง สามารถที่จะออกไปหางานทำในภูมิภาคอาเซียนได้ ทั้ง 10 ประเทศ

ฉะนั้นชีวิตในอนาคต เป็นชีวิตที่เคลื่อนย้าย เคลื่อนไหว(Mobile) เป็นชีวิตที่มีทางเลือกเยอะ เป็นชีวิตที่มีความน่าตื่นเต้น มีโอกาสเปิดกว้าง แต่เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เพราะต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือคุณภาพของคน จะต้องแข่งขันกับคน 600 ล้านคน

ขณะนี้ตกลงกันแล้วว่า 8 อาชีพที่จะมีโอกาสเคลื่อนย้ายในภูมิภาคของอาเซียน ไปที่ไหนก็ได้ คือ 8 อาชีพ

นี่แหละ คือปัญหาของประเทศไทย ปัญหาของสงขลา ปัญหาของทุกจังหวัดในประเทศไทย คือเรื่องความสามารถในการแข่งขัน เรื่องของความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพของบุคคลากรที่ผลิตออกมา คุณภาพของผลผลิตในด้านทรัพยากรมนุษย์ที่เราผลิตออกมา

ผมดีใจที่ได้ยินนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (นายอุทิศ ชูช่วย) พูดถึงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เริ่มด้วยภาษา คุณจะเป็นหมอที่ดีเยี่ยม คุณจะเป็นสถาปนิก หรือวิศวกรที่ดีเยี่ยม แต่ถ้าคุณไม่สามารถบริการลูกค้าได้ เพราะสื่อกับเขาไม่ได้ จะเป็นทันตแพทย์ หรือพยาบาล หรือหมอที่จะไปเปิดคลินิกในต่างประเทศ ในกรอบของอาเซียนได้ แต่ก็ยังสื่อกับเขาไม่ได้ พูดได้ภาษาเดียวก็ไม่ได้

ภาคบริการจะต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ภาคบริการคือการให้มูลค่าเพิ่มกับคนต่างชาติหรือคนในประเทศที่ต้องการมีคุณภาพในชีวิตที่ดีขึ้น เพราะในเรื่องวัตถุ รายได้ เศรษฐกิจ เราได้ขยับขึ้นมาแล้วจากการหาเช้ากินค่ำ มาเป็นหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หาการบริการในชีวิตที่ดีขึ้น

ตรงนี้แหละครับ เป็นสิ่งที่ทั้ง 10 ประเทศ ทั้ง 600 ล้านคน จะต้องให้ความสนใจการพัฒนาบุคคลากรของตัวเอง เพื่อเอาประโยชน์จากการที่เขาจะแสวงหาคุณภาพชีวิต การบริการที่ดีขึ้น

ที่สิงคโปร์ขณะนี้ ตลาดการบริการ ไม่ว่าร้านอาหาร สปา โรงแรม เต็มไปด้วยคนจีน และคนจีนเหล่านั้นพูดภาษาอังกฤษ แรงงานจีนเหล่านั้นพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าแรงงานไทย สมัยหนึ่งมาจากฟิลิปปินส์ แต่ตอนนี้จีนเต็มไปหมด สมัยหนึ่งเคยเป็นอินโดนีเซีย แต่เดี๋ยวนี้จีนเข้ามาแย่งงานด้านการบริการ ระดับนั้นไป

ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด (นายวิญญู ทองสกุล) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายอุทิศ ชูช่วย) และที่ปรึกษาทั้งหลาย สิ่งที่ต้องตัดสินใจคือ แรงงานระดับไหนในอาเซียน ที่ต้องการเจาะไว้สำหรับพื้นที่ของแรงงานไทย จะไปแข่งกับเขาในระดับนั้นไหม ไม่มีทางที่จะสู้เขาได้ จะแข่งกับเขาในระดับนี้ไหม ไม่แน่ว่าจะสู้เขาได้หรือเปล่า

สงขลานี่ยิ่งกว่าชายแดนอีก เพราะเป็นบริเวณที่สภาพภูมิศาสตร์ ที่ยื่นเข้าไปในหัวใจของอาเซียน ตลาดของการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ฉะนั้นที่คิดนี่ถูกแล้ว แต่อยากจะเรียกร้องว่า ต้องเร็วกว่านี้ ต้องมีความรู้สึกว่ามันฉุกเฉินแล้วนะ วันเดียวก็เสียไปไม่ได้แล้ว ชั่วโมงเดียวก็ปล่อยไม่ได้แล้ว ต้องตื่นตัวทั้งองคาพยพ

การพัฒนาศักยภาพของคนทั้ง 10 ประเทศ เป็นหัวใจ และปัจจัยของประชาคมอาเซียน เราอยากให้คนทั้ง 600 ล้านคน ที่ได้ประโยชน์ ในระดับที่แตกต่างกันแล้วแต่ความพร้อม ความสามารถและความตั้งใจที่จะเข้าไปแข่งขันในตลาดนี้ แต่ที่แน่ๆ คือ รออยู่ตรงนี้ไม่ได้ ต้องพัฒนา ต้องปรับปรุง ต้องขยัน ทั้งองคาพยพที่มีอยู่ในประเทศนี้

ตรงนี้คือโจทย์ คือปัญหาที่เราต้องเตรียมรับ ผมก็ได้แต่เตือน ได้แต่เรียกร้อง ได้แต่พยายามที่จะกระตุ้น คุณพ่อ คุณแม่อยู่บ้านต้องเอาใจใส่ ในเรื่องที่ลูกเรียน ต้องเอาใจใส่ในเรื่องที่ลูกกำลังเตรียมตัวเพื่ออนาคต ต้องเอาใจใส่สาขาวิชาที่ลูกเรียน และต้องเรียกร้องจากสถาบันการศึกษา ไม่ว่าเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน หลักสูตรของYou ต้องดีเลิศ การฝึกอบรม Training ของYou ต้องตลอดชีพ สนใจวิชาอะไร เข้ามาเรียนภาคฤดูร้อน เรียนภาคค่ำ เพราะต้องแข่งขันกับคนข้างนอก

ที่สำคัญที่สุดคือ พอกันทีกับเรื่องความภูมิใจกับอดีต ในเรื่องที่ไม่เป็นสาระ เช่น เรามีภาษาของเราเอง เราไม่ต้องเรียนภาษาอื่น เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร

โลกสมัยนี้ เขาไม่ถามว่าคุณเป็นเมืองขึ้นของใครหรือเปล่า โลกสมัยนี้เขาถามว่า คุณรับการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน แรงงานของคุณมีคุณภาพแค่ไหน เทคโนโลยีของคุณพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน การบริหารจัดการมีสมรรถนะ สมรรถภาพแค่ไหนที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารกับแรงงานได้ดีและราบรื่นไม่มีปัญหา 

อีกอันหนึ่งที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาพูด คือ พัฒนาแล้วให้ยังยื่น พัฒนาแล้วไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม พัฒนาแล้วไม่ทำลายแหล่งน้ำ พัฒนาแล้วไม่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นเครื่องจรรโลงชีวิตที่มีคุณภาพ