อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

บทพิสูจน์ผู้นำตัวจริงบนเส้นทางสายการเมือง ‘ดร.ไพร พัฒโน’

   กกต.มีมติเสียงข้างมากสั่งให้เลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่และสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้ง 24 คน หลังจากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า ดร.ไพร และ ส.ท. กระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 57 (1) และ (4) กรณีถูกร้องคัดค้าน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2556 ก่อนเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ (วันเลือกตั้ง 29 ก.ค. 2555) ดร.ไพร ร่วมกับผู้สมัคร ส.ท. ทั้ง 4 เขต เชิญผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้ง 4 เขตเลือกตั้งไปร่วมสัมมนา จำนวน  480 คน ณ ห้องประชุมโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ต โดย ดร.ไพร เป็นประธานในการสัมมนาและมีการพูดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเลือก ดร.ไพร และ ส.ท. ของทีมพรรคประชาธิปัตย์ งดลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนอื่น พร้อมมีการจัดเลี้ยงอาหารและแจกเงินคนละ 500 บาท

     กกต.จึงยื่นขอให้มีการเลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2556 เป็นเหตุให้ ดร.ไพร และ ส.ท. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง

     ต่อมา วันที่ 4 ก.พ. 2557 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยกคำร้อง ดร.ไพร และ ส.ท. ซึ่งศาลได้ชี้ว่าเจตนาสุจริต สามารถทำได้ตามกฎหมาย ดร.ไพร และ ส.ท. พ้นมลทินจากข้อกล่าวหา กลับมาอีกครั้งบนเส้นทางการเมือง เข้าทำงานวันแรกเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2557

     “นครหาดใหญ่นิวส์” เปิดใจ ดร.ไพร นำเสนอแก่พี่น้องประชาชน

อยากทราบความรู้สึกของท่านตอนนี้

     ก็ดีใจครับ เราได้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และยืนยันในแนวทางการบริหารการเมืองที่ถูกต้อง จริงอยู่ว่าประเด็นที่ถูกกล่าวหาเรื่องการจัดอบรม มีการจ่ายเบี้ยเลี้ยง มีค่าพาหนะและเลี้ยงอาหารนั้น แต่ก็เป็นการอบรมผู้ช่วยผู้สมัคร ส.ท. จริงๆ โดยทาง กกต. ก็บอกว่ามีอยู่แค่ 2 คนเท่านั้นที่มีปัญหาและไม่เป็นผู้ช่วย ซึ่งเราก็พิสูจน์แล้วว่า คนหนึ่ง เป็นคู่แฝด ซึ่ง กกต. ไปสอบสวนผิดตัว กับอีกคนหนึ่ง เป็นประธานชุมชนท่านหนึ่งที่มายื่นสำเนาทะเบียนบ้าน แต่ธุรการของเราทำหาย ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ช่วย ผู้สมัคร ส.ท. จริงๆ ถึงแม้ไม่ได้รับการแต่งตั้ง และอีกอย่าง คือ เรามีการแจ้งค่าใช้จ่ายครบถ้วนทุกอย่าง จึงคิดว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่ต้องนำไปร้องเรียน

     “การอบรมผู้ช่วย ส.ท. สามารถทำได้โดยระเบียบของ กกต. เพียงแต่ว่าถ้าจะผิด ก็คือ เราไม่ได้แจ้งก่อน 5 วัน ตามที่ กกต. กำหนด  แต่เราก็ติดต่อ กกต. มาตลอดในทางปฏิบัติ และมีแนวทางคำวินิจฉัยอยู่แล้วว่าแจ้งหลังก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ใช่เหตุแห่งการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะทีมผู้ร้อง เขาก็มีผู้ช่วย ส.ท. ด้วยเช่นกัน โดยทีมผู้ร้องมีผู้ช่วย ส.ท.17 คน ต่อ ส.ท. 1 คน แต่เรามีผู้ช่วย ส.ท. 20 คนต่อ ส.ท. 1 คน ซึ่งไม่ได้แตกต่างกันเลย”

เรื่องนี้ทำให้เสียกำลังใจไหม

     ไม่ครับ ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ศาลรู้ว่าที่เราทำไม่ได้ผิด เพียงแต่ดำเนินคดีให้ครบถ้วนตามกระบวนการพิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก็จบ และอีกประประการ คือ กรณีของเทศบาลนครหาดใหญ่หาดใหญ่ เป็นการเลือกตั้งโดยครบวาระก็จริง แต่เป็นการแบ่งเขตใหม่ ทำให้มันล่าช้าออกไป เพราะฉะนั้นเราจัดอบรมผู้ช่วย ส.ท. มาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งถึง 5 เดือนเศษ ไม่ใช่เหตุจูงใจให้คนไปเลือกตั้งเพราะได้เงินดังกล่าวแน่นอน  เพราะฉะนั้น ศาลยกคำร้องตั้งแต่ต้นแล้วและยกทั้งทีม ซึ่งผมก็ยืนยันมาตลอดว่าเราสามารถดำเนินการได้ และสามารถดำเนินการได้ถูกต้อง

กลับมาทำงานอีกครั้ง มีอะไรใหม่ๆ แก่ชาวหาดใหญ่

     นี่เท่ากับผมทิ้งงานไปร่วมครึ่งปีเต็มๆ ช่วงที่ผ่านมาอาจสะดุดบ้าง เพราะไม่มีสภา แต่เมื่อเข้ามาทำงานก็สามารถทำงานได้ทันที เรื่องที่ต้องเร่งทำ คือ โรงงานกำจัดขยะเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า  เพราะขยะมันล้นเมือง และต้องการพัฒนาพื้นที่บ่อขยะกว่าร้อยไร่ให้เป็นสวนสาธารณะและสนามกีฬา เพื่อประโยชน์แก่ชาวควนลังด้วย

     เรื่องที่ต้องเร่งด่วนอื่นๆ ได้แก่ 1. ความสะอาด จะรณรงค์ให้คนหาดใหญ่รักษาความสะอาด มีวินัย ถ้าฝ่าฝืน จะจับ ปรับ แล้วเทศบาลต้องทำให้ดีด้วย  2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนหนทาง คูระบายน้ำ  ไฟฟ้า แสงสว่าง 3. โครงการ food stamp เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน ผู้สูงอายุ คนพิการ ให้มีอาหารรับประทาน โดยมีแสตมป์แลกอาหาร 4. หาดใหญ่ชีวาศรม เพื่อดูแลสุขภาพชาวหาดใหญ่ ป้องกันก่อน รักษา

     “ผมอยากให้หาดใหญ่เป็นเมืองสวัสดิการมากขึ้น จะสังเกตได้ว่างบพัฒนาหมดไปกับเรื่องนี้เยอะมาก ทั้งเงินผู้สูงอายุ ที่เพิ่มจนครบเดือนละพันบาท โครงการนมไข่ฟรี และโครงการอื่นๆ อีก” ดร.ไพร กล่าว