จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

เปิดแนวคิด ‘นายกฯนิพนธ์’ เสริมจุดแข็งสงขลาก่อนก้าวสู่ AEC

images

เน้นภาษา – แก้ปัญหาจราจร
หนุนเปิดเที่ยวบินหาดใหญ่-เมดาน, ท่าเรือสงขลา-ปีนัง



ด้วยศักยภาพของพื้นที่ ความมุ่งมั่น นโยบายที่เข้มแข็ง พร้อมด้วยประสบการณ์ของนายนิพนธ์ บุญญามณี  นายก อบจ.สงขลา และทีมงาน วันนี้จึงมีคำตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า จังหวัดสงขลา พร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (AC) อย่างเต็มตัวแล้ว


อันเป็นการจับมือก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ระหว่างพี่น้องประชาชนและ อบจ.สงขลา           

วันนี้ทุกภาคส่วนล้วนพุ่งเป้าไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นหลัก เพราะหากเศรษฐกิจดี นั่นหมายถึงความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนในอนาคต

โดยเฉพาะ อบจ.สงขลา ซึ่งถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด ได้เริ่มดำเนินการไปหลายโครงการแล้ว  

ซึ่ง ‘นายกฯนิพนธ์’ เชื่อว่าจังหวัดสงขลามีศักยภาพพร้อมในทุกด้าน    

“สงขลาคือเมืองหลวงของภาคใต้ตอนล่าง เป็นเมืองหน้าด่านที่ติดกับมาเลเซียฝั่งรัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ลิส มีสถานกงสุลใหญ่ของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย เพราะฉะนั้น การเกิดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สงขลาจึงเปรียบเสมือนประตูสู่อาเซียน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทุกด้าน และ อบจ.สงขลา คือส่วนหนึ่งของกลไกในการขับเคลื่อนด้วยการนำพาจังหวัดไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

“สงขลาและภาคใต้ตอนล่างมีจุดแข็งในตัวเอง นั่นคือ ประชากรส่วนหนึ่งที่เป็นมุสลิม ซึ่งสอดคล้องกับประชากรในภูมิภาคนี้ ที่มีมุสลิมอาศัยอยู่ถึง 300 กว่าล้านคน”

‘นายกฯนิพนธ์’ กล่าวว่า โครงการเร่งด่วนที่ อบจ.และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างดำเนินการไปแล้ว คือ การจัดการศึกษา โดยเน้นการใช้หลักสูตรภาษามลายู หรือ บาฮาซา ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มประชาคมอาเซียน 

โดยเฉพาะในส่วนของ อบจ.สงขลา ที่เริ่มสนับสนุนงบประมาณเพื่อการส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งนักธุรกิจ กลุ่มผู้ประกอบการค้า กลุ่มการท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต

“ล่าสุด อบจ.สงขลา ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับโรงเรียนคุณธรรมวิทยา (หาดใหญ่) เพื่อให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนใน 4 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ มลายู และจีน”

ประเด็นสำคัญ การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน ก่อให้เกิดการเติบโตในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากสงขลาเป็นเมืองหน้าด่านและมีทุกอย่างเป็นเลิศ

“บ้านเรามีอาหารอร่อย ราคาไม่แพง มีสถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งทะเลที่สวยงาม น้ำตก และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในส่วนของการท่องเที่ยวที่เป็นด้านบันเทิง แสงสี เราก็มีพร้อมรองรับ เช่น กลุ่มผู้ที่นิยมแสงสียามค่ำคืนในย่านบันเทิง ทั้งจังโหลน ด่านนอก อ.สะเดา บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นครอบครัว เพื่อต้องการพักผ่อน ชิมอาหารอร่อยและช้อปปิ้ง คือที่หาดใหญ่ เพราะมีศูนย์การค้าที่ทันสมัย”

“ขณะนี้จังหวัดสงขลาอยู่ในระหว่างการผลักดันให้เกิดสายการบินโลว์คอสต์ ระหว่างหาดใหญ่-เมดาน ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซีย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดสงขลาเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่มีสายการบินมารองรับ รวมถึงการเปิดเส้นทางอื่นให้เกิดขึ้น”

นายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า นอกจากจุดแข็งในด้านการท่องเที่ยวและสงขลาจะได้รับประโยชน์ในการเกิดของประชาคมอาเซียนแล้ว จุดแข็งที่เป็นต้นทุนของสงขลาอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการค้าการลงทุน

“สงขลามีการส่งออกรองจากกรุงเทพฯ  โดยผ่านด่านศุลกากร อ.สะเดา มีมูลค่าการส่งออกสินค้า 3 แสนล้านบาท ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ 2 แสนล้านบาท และท่าเรือน้ำลึกสงขลาอีกกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี”

“นอกจากนี้ บ้านเรายังเป็นแหล่งพลังงาน เพราะมีโรงแยกก๊าซและโรงผลิตไฟฟ้าที่จะนะ ในขณะที่อ่าวไทยเต็มไปด้วยฐานขุดเจาะพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเรามองว่าสามารถที่จะดึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน เพราะจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนมากที่สุด ฉะนั้น สิ่งที่ต้องการจะเห็นไม่ใช่แค่ต้องการผลักดันให้เกิดอาเซียนบวก 3 ขึ้น นั่นคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เท่านั้น”

“วันนี้เราต้องมองไปถึงอนาคต  เช่นวันนี้ที่ท่าเรือน้ำลึกสงขลาฝั่งอ่าวไทย ซึ่งต้องการที่จะเชื่อมต่อยังฝั่งอันดามันที่ จ.สตูล แต่เมื่อมีปัญหาการคัดค้านของประชาชน จนขณะนี้โครงการท่าเรือเชื่อมฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน ยังไม่นิ่ง จึงน่าจะการผลักดันโครงการเชื่อมท่าเรือสงขลากับท่าเรือปีนัง ของประเทศมาเลเซีย เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการค้าการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม ในด้านปัญหาอื่นๆ อบจ.ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือจัดการ โดยบูรณาการร่วมกับเพื่อนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง   

“ที่จะต้องเร่งแก้ ซึ่ง อบจ.ได้ดำเนินการร่วมกับจังหวัด บกภ.จว.สงขลา และ ทน.หาดใหญ่ คือ ปัญหาจราจรที่ยังคงแออัด ยังคงมีการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเริ่มตั้งแต่การใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ไม่เคารพกฎจราจร มีการสร้างวินัยสร้างสำนึกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน”

“ขณะเดียวกัน มีการให้ ทน.หาดใหญ่เร่งสำรวจเส้นทาง เพื่อเป็นทางลัดสำรองในชั่วโมงเร่งด่วน”

“รวมไปถึงนโยบายการสร้าง ‘โมโนแรล’ ซึ่งเป็นนโยบายของ อบจ.สงขลา ที่ได้หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจเส้นทาง โดยโครงการดังกล่าว จะทำให้การจราจรในเขต ทน.หาดใหญ่ สามารถเชื่อมต่อกับ ทม.คอหงส์ และ ทม.คลองแห ในอนาคตได้”

อย่างไรก็ตาม นายก อบจ.สงขลาทิ้งท้ายว่า การขับเคลื่อนของประชาคมอาเซียน จะประกอบด้วยเรื่องวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และวิถีชีวิต ส่วนการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เราจะหวังที่จะได้อะไรที่เป็นของเราฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะทั้งหมดจะไปด้วยกัน

“เมื่อมีการได้ประโยชน์ ก็ย่อมมีการเสียประโยชน์ และการตามมาของปัญหาต่างๆ ซึ่ง อบจ.สงขลา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้มีการจับมือกันเพื่อที่จะได้ประโยชน์และการป้องกันการเสียประโยชน์ รวมถึงเร่งสร้างเกราะป้องกันปัญหาที่จะตามมาอย่างครบถ้วน”

“กล่าวได้ว่า ณ วันนี้ จังหวัดสงขลา มีความพร้อมในทุกประการ ที่จะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว”