จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

สันติสุข’ ใน ‘ศิลปะ’ ผ่านมุมมอง ‘จิตรกรพู่กันทอง’ ‘เกียรติศักดิ์ ผลิตาภรณ์

 

นิทรรศการศิลปะ ชุด “พันธะแห่งมิตรแท้” ตอน “สันติภาพ นำมาซึ่ง สันติสุข” จัดแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนมุมมองสันติภาพผ่านสายตาศิลปินรางวัล “จิตรกรพู่กันทอง” เกียรติศักดิ์ ผลิตาภรณ์ ณ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในช่วงเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา

ผ่านการเดินทาง 5 สถานที่ ใช้เวลา 5 เดือน เพื่อนำแนวความคิด “สันติภาพ นำมาซึ่ง สันติสุข” เผยแพร่สู่ผู้เข้าชมงานศิลปะบนเส้นทางการแสดงงาน ได้แก่ เดือนตุลาคม จ.ภูเก็ต, เดือนพฤศจิกายน จ.ยะลา, เดือนธันวาคม จ.สงขลา, เดือนมกราคม จ.ปัตตานี และเดือนกุมภาพันธ์ จ.นราธิวาส

อาจารย์เกียรติศักดิ์ เล่าว่า วาดรูปมาตลอดชีวิต ตั้งแต่จำความได้ก็วาดรูปอย่างคลั่งไคล้ งานในช่วงแรกเน้นพอร์ทเทรดใบหน้าดารา นักร้อง รวมถึง ผู้คนที่พบเจอ จนกระทั่งวันหนึ่งขณะกำลังวาดภาพทิวทัศน์บนดอยขุนตาล เกิดความซาบซึ้งกับความงามของธรรมชาติตรงหน้า คิดว่าธรรมชาติที่เรากำลังลอกเลียนแบบอยู่นี้เป็นสิ่งมีชีวิตมีจิตวิญญาณ แต่ภาพวาดไม่มีชีวิตเป็นเพียงการลอกเลียนแบบ และผู้ที่สร้างสรรค์ธรรมชาติขึ้นมา ก็คือ พระเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่และมีความสามารถเหนือมนุษย์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ความคิดนี้ทำให้ชีวิตถึงจุดเปลี่ยนแปลง เป็นการเปิดใจช่วยเปิดมุมมองใหม่ การทำงานศิลปะหลังจากนั้น จึงไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความงามแต่นำเสนอแนวคิดและจิตวิญญาณของภาพออกมาด้วย กลายเป็นงานศิลปะที่เข้าถึงจิตใจของผู้เสพย์งาน

นอกจากนี้ ยังเป็นการทำงานเพื่อให้ศิลปะสะท้อนปัญหาสังคม เสนอภาพจากความเป็นจริงทั้งแง่บวกและลบ พูดถึงทั้งปัญหาและทางออก จะเห็นว่างานศิลปะแต่ละชิ้นที่จัดแสดง นอกจากความงามแล้วยังมีนัยยะแฝงอยู่ ผู้ชมงานต้องคิดค้นด้วยตนเอง สำหรับภาพที่สื่อแนวความคิดเรื่องสันติภาพและสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ชัดเจน ได้แก่ รูปที่มีนกกระดาษและเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นภาพที่เกิดจากการรับทราบข่าวเหตุการณ์ที่อำเภอตากใบ ภาพของคนที่แออัดยัดเยียดกันในรถ เป็นเรื่องที่สะเทือนใจผมมาก ในขณะกรุงเทพฯ หรือส่วนกลางคิดว่าการสร้างสันติภาพในภาคใต้โดยพับนกกระดาษล้านตัวมาโปรยที่ภาคใต้ สำหรับผมเห็นว่า สันติภาพไม่สามารถเกิดได้ด้วยนกกระดาษ เพราะการฆ่ากันฆ่าด้วยอาวุธ ไม่ใช่เพราะสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ชนะความชั่วหรือใจที่โหดร้ายไม่ได้ จึงสะท้อนออกมาเป็นภาพนี้

ถึงแม้การสร้างงานศิลปะต้องใช้ความโดดเดี่ยวยิ่ง แต่ก็เป็นการนิ่งอยู่กับตัวเอง ฟังเสียงแห่งปัญญาที่ดลใจให้คิดทางออกของปัญหาต่างๆ จนตกผลึกสามารถรังสรรค์ผลงานและออกแบบนิทรรศการในแต่ละครั้งได้

“ชีวิต สำหรับผมไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ที่มีไว้ตั้งโชว์ ต้องถูกนำมาใช้งานจึงจะมีคุณค่า ซึ่งผมสะท้อนออกมาเป็นภาพผ้าขี้ริ้ว พูดถึงชีวิตที่ถูกใช้ ซึ่งสวนทางกับคำกล่าวในสังคมที่ว่า ทำดีต้องได้ดี ถ้าฉันไม่ได้ดี ฉันไม่ทำความดี ส่วนผ้าขี้ริ้วสื่อว่าทุกครั้งที่ทำดีอาจไม่ได้ดี แต่ถึงไม่ได้ดีฉันก็จะทำดี เพราะความดีเป็นหน้าที่ต้องกระทำ ทุกครั้งที่ทำดีฉันอาจสกปรก ถูกขยี้และนำกลับมาใช้ฉันก็ขอบคุณ เพราะชีวิตมีคุณค่าตรงนี้  อีกทั้ง การผ่านความทุกข์ยากลำบาก จะทำให้เราเป็นคนใช้การได้  เมื่อวันเวลาผ่านไป ความทุกข์ยากลำบากเหล่านั้น ก็เป็นเหมือนขนม” อาจารย์เกียรติศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ ผลงานที่ภาคภูมิใจยิ่ง คือ รูปภาพ “ในหลวงของชาวบ้าน” ซึ่งได้รับรางวัลเกียรติยศ “พู่กันทอง” เนื่องในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ.2525 เป็นการถ่ายทอดปัญหาและทางออกของสังคมไทย ผ่านรูปภาพภายในบ้านแม่ค้าขายข้าวแกงย่านดาวคะนอง ภายใต้แนวความคิดว่า ถึงแม้เวลาเนิ่นนาน ภาพจะเก่าถูกน้ำกัดเซาะ แต่ชาวบ้านยังรักเทิดทูนในหลวงเหนือสิ่งอื่นใด

 

“Serenity” in “Art”
Through the aspect of “Golden Paintbrush Artist”
“Kiattisak Plitaphorn”


Art Exhibition in the name of “Bond of True friend” episode “Serenity brings in Peace” was displayed artworks that reflect the viewpoint of peace through the sight of awarded artist “Golden Paintbrush”; Kiattisak Plitaphorn at Princess Galyani Vadhana Institute of Cultural Education, Prince of Songkla University, Pattani Campus in January 2014.

There were 5 destinations of art journey in the last 5 months in order to publicize the conceptual art of “Serenity brings in Peace” toward art viewers as follows; Phuket in October, Yala in November, Songkhla in December, Pattani in January and Narathiwat in February.

Ajarn.Kiattisak said that he has painted throughout his life. Since he can recall, he was infatuated with painting. In the earliest part, he was emphasizing on portraits of celebrities and people who he had met. Until one day while he was painting the scenery of Doi Khun Tarn, he was deeply impressed with the beauty of the nature in front of his eyes and realized that the natural we were imitating is alive and contains spirit and soul which creating by god but the painting is not. From this idea, it brought his life to the changing point. It opened his mind to accept the new aspect that the purpose of artworks is not only to pass on the beauty but also to present the idea and spirit of it in order to reach into mind of art viewers.

Moreover, his works aim at reflecting social problems via art which represents the reality both in positive and negative. Speak of the problems and the way out, we can see that each piece of arts not only indicate the beauty but also conceal the meaning which the viewers have to search for themselves. For instance, one of his artworks that convey the idea of peace and situation of South Thailand insurgency such as the painting of paper birds and helicopters which inspired from the tragic news at Tak-bai district was very deeply touched for him. Meanwhile, people from Bangkok or central part thought that peace in the south can create by scattering paper birds onto the conflict land, but in my opinion we can not have peace by doing that. The symbol as paper bird can not conquer the evil or brutal mind; therefore it inspired me to reflect into this painting.

To create artwork needs to stay calmly with ourselves and listen to the voice of wisdom so that it can motivate to find the way out of problems. Then it will lead to artworks production and art exhibition designing eventually.

“Life for me is not furniture that only using for showing but it will be worthwhile when applying for work. So I reflect it into the painting of rag which draws a comparison with life. For the meaning of rag, it is opposed to a saying that doing good must getting good. As for a rag, every time when it does good, it may not get good in return. Although it may not get good, it keeps doing good because to do good thing is its duty. Despite every time when it does good, it may get dirty but when it is reused again that is the worthy of its life. To go over the sorrow and difficulty will make life get stronger and as the time pass by; those hardships will be just the sweets.” Ajarn Kiattisak said.

Another his pride artwork is the painting named “King of all folk” which receiving honor award “Golden Paintbrush” in the occasion of Rattanakosin Bicentennial Celebration in 1982. It publicized the problems and the way out of Thai society through pictures inside the house of market woman in Dao-kanong area. This painting carries the idea that although those pictures got old by time and were damaged by water but all Thai folk are still love and admire our King most of all.