อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

“ยอยักษ์คลองปากประ” วิถีชีวิตกับธรรมชาติที่สวยงามอย่างลงตัว

 

"คลองปากประยอยักษ์ยักยอใหญ่
ได้ปลาไปแกงกินเป็นอาหาร
วิถีไทยริมคลองสองฝั่งธาร
คติชนชาวบ้านภูมิปัญญา

ฝั่งลำปำ-พนางตุงมุ่งสร้างสรรค์
คลองปากประเขตกั้นทั้งซ้ายขวา
นั่งเรือล่องท่องเที่ยวสืบค้นคว้า
แต่นานมา “ปากประ” เป็นอำเภอ"

คลองปากประ เป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญของจังหวัดพัทลุง เป็นคลองที่เกิดจากการรวมตัวของลำน้ำสายต่างๆ ในเขตอำเภอควนขนุน ได้แก่ คลองท่าสำเภา คลองมะกอกใต้ และคลองปากคลอง ไหลมาบรรจบกันเป็นคลองปากประ ซึ่งอยู่บริเวณทางทิศใต้ของวัดวิหารสูงในบริเวณบ้านมะกอกใต้ ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง แล้วไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลาที่หมู่บ้านปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง คลองแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยเป็นประตูสู่เมืองชัยบุรี เป็นเส้นทางเดินเรือขนถ่ายสินค้ากับการเดินทางของประชาชนโดยทางเรือ จากเมืองชัยบุรีไปยังชุมชนต่างๆ รอบๆ ลุ่มน้ำทะเลสาบ

ปัจจุบันคลองปากประยังมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ เป็นคลองแห่งวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ที่มีสายน้ำเชื่อมโยงกับทะเลน้อย เป็นศูนย์การเรียนรู้จากอดีตถึงปัจจุบันโดยเฉพาะการจับปลาด้วยยอยักษ์ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กำลังผลักดันให้เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญเคียงคู่ทะเลน้อย ซึ่งมีความโดดเด่นสวยงามของทัศนียภาพ และวิถีชีวิตการยกยอ เอกลักษณ์ของชาวปากประ

ยอยักษ์ ของชาวปากประ เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำที่ใหญ่และหนักมาก มีรูปร่างเป็นร่างแหสี่เหลี่ยม มุมทั้งสี่ยึดกับไม้ไผ่หรือไม้รวก และยึดรวมไว้ตรงกลางกับที่ยึดแขนยอ ซึ่งทำจากกระบอกไม้ไผ่ โดยมีไม้คานยกหรือไม้คันชั่งผูกโยงติดกับที่ยึดแขนยอ ดูจากน้ำหนักของยอแล้วไม่น่าจะยกขึ้นจากน้ำได้เพียงคนเดียว แต่ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านทำให้เด็กๆ ก็สามารถยกยอยักษ์ได้

บรรยากาศยามเช้ากับ “ยอยักษ์” ณ คลองปากประ มีความสวยงามอย่างน่าทึ่ง ตลอดลำคลองปากประเต็มไปด้วยยอยักษ์ ตั้งแต่ในลำคลองไล่เรียงไปจนถึงปากทะเลสาบที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก มองเห็นความงดงามยามเมื่อพระอาทิตย์ลอยโผล่ขึ้นมาเหนือน่านน้ำท่ามกลางยอยักษ์จำนวนมาก

นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม มากไปด้วยภาพวิถีชีวิต และองค์ประกอบอันลงตัว สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณภาพจาก เจริญชัย ช่วยชู / นพ.ธวัชชัย พูนแก้ว / Wetlandcamp