จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

‘เอี๊ยะซาน’ และ ‘กำแพงคุณธรรม’ เคล็ดความรู้สู่หนทาง..ดับไฟใต้ เรื่องเล่าจาก “จุฬาราชมนตรี”

เรื่องราวอันเป็นเกร็ดความรู้ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกมุสลิม ถูกนำมาเล่าขานอย่างออกรสชาติผ่านเรียวปากของ “อาศิส พิทักษ์คุมพล” จุฬาราชมนตรี เมื่อครั้งนำคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าเยี่ยมเยือน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งกองบรรณาธิการได้เรียบเรียงขึ้นมาจากการปาฐกถาในครั้งนั้น

ในสมัยที่กองทัพมองโกลนำโดย เจงกิสข่าน ยกทัพบุกไปยึดแบกแดด (อิรัก) ได้ ตอนนั้นมีการต่อต้านผู้ปกครองที่ถืออำนาจรัฐมากมาย เพราะมองโกลไม่ใช่มุสลิม แต่เข้ามาปกครองมุสลิมในแบกแดด ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของอิสลามในสมัยนั้นพอดี

ตนกูลากู ซึ่งเป็นหลานของเจงกิสข่านได้เข้าปกครองแบกแดดอยู่ เขาได้เรียกประชุมอุลามะห์ (ปราชญ์มุสลิม) และถามอุลามะห์ทั้งหลายว่า...

“เราชาวมองโกลไม่ใช่มุสลิม แต่เรามาปกครองพวกท่านด้วยความยุติธรรม ท่านจะเลือกผู้ปกครองที่มีความเป็นธรรม หรือท่านจะเลือกผู้ปกครองที่เป็นมุสลิม”

ปรากฏว่าอุลามะห์ทั้งหมดพากันนิ่งเงียบ และขอเวลาไปประชุมนอกรอบเป็นเวลา 1 คืน พอรุ่งขึ้นก็มีอุลามะห์ท่านหนึ่งชื่อ “อิบนุฏอฆุส” บอกว่า...

“หัวใจของการปกครองคือ ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่เข้ามาปกครองและให้ความเป็นธรรม นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ”

หลังจากนั้นได้ทำให้การต่อต้านผู้ปกครองของแบกแดดลดหย่อนผ่อนลงไป

ผมคิดว่าท่านเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำลังนำความเป็นธรรมมาสถาปนาให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของเรา พี่น้องบางกลุ่ม บางสถานที่ ซึ่งเคยถูกกระทำมาเป็นระยะเวลานานนั้น ก็จะได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา และจะทำให้ความสงบร่มเย็นเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของเรานั้น ได้ส่งผลไปถึงภาคเหนือ ผมได้เดินทางไปภาคเหนือ ไปเชียงใหม่ เชียงราย มีพื้นที่หนึ่งที่พี่น้องมุสลิมจะไปสร้างมัสยิดในพื้นที่ชุมชนชาวพุทธ ปรากฏว่าชาวพุทธไม่ยอม เขากลัว

ผมนำมาเล่าให้ฟังนี่ก็เพื่อต้องการให้เห็นว่า เรื่องราวที่สะเทือนไปจากภาคใต้ ได้ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีชุมชนมุสลิมชาวจีนเป็นชนส่วนน้อยอยู่ นั่นคือ ลัทธิอิสลาโมโฟเบีย (กระแสความเกลียดชังอิสลาม) ที่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา

โรคเกลียดชังอิสลามที่เคนมีในยุโรปกำลังจะลามเข้ามาในประเทศไทยของเรา เพราะฉะนั้น เราชาวมุสลิมจะต้องแก้ไขปัญหา เราต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีงามให้สังคมมีความเข้าใจในอิสลาม

ในอิสลามมีองค์ประกอบอยู่ 3 หลักคือ อิมาน อิสลาม และ เอี๊ยะซาน

เวลานี้เราค่อนข้างจะหย่อนยานในเรื่องของเอี๊ยะซาน กล่าวคือ การมีคุณธรรม มีจิตเมตตาต่อผู้อื่น มีไมตรีจิตต่อผู้อื่นนั้น เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

ในเรื่องมารยาท เราก็หย่อนยานเรื่องนี้กันมาก เราต้องสร้างบุคลิกความเป็นมุสลิมว่าเป็นอย่างไร จึงจะทำให้พี่น้องในประเทศไทยเข้าใจความเป็นอิสลามมากขึ้น

ชาวมองโกลที่ยึดแบกแดดและเข้าปกครองแบกแดดนั้น ในที่สุดเขารับอิสลาม นั่นก็เพราะการมีเอี๊ยะซาน (มีไมตรีจิต) ของชาวมุสลิมในแบกแดดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

ลองไปดูในประเทศเอเชียกลางทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุซเบกิสถานก็ดี หรือประเทศอื่นๆ ก็ดี เขาเป็นมุสลิมทั้งนั้น ประเทศเล็ก เคยเป็นประเทศที่อยู่ในอาณาจักรของโซเวียตเมื่อ 30-40 ปีก่อน แต่วันนี้เขาเป็นมุสลิมทั้งนั้น

มุสลิมจากประเทศเอเชียกลางเหล่านี้ได้หลั่งไหลเข้าไปทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยเฉพาะตามพื้นที่ต่างๆ ในมณฑลซินเกียง แล้วเขาก็อยู่กันได้อย่างปกติสุข นั่นก็เพราะการมีเอี๊ยะซาน การมีไมตรีจิตของคนมุสลิม

เพราะฉะนั้น เราต้องแสดงความเป็นไมตรีจิตต่อคนอื่นให้มากขึ้น เพราะอิสลามสอนให้เรามีเมตตาต่อผู้อื่น

ผมขอฝากว่า พวกเราในฐานะผู้นำ เราต้องปลูกฝังการมีไมตรีจิตต่อผู้อื่นให้มากขึ้น เพื่อให้คนรักอิสลาม พร้อมๆ กับเข้าใจอิสลามมากขึ้น เหมือนกับกัลยาณชนได้กระทำไว้บนหน้าประวัติศาสตร์

สิ่งนี้ไม่มีใครที่จะกระทำได้ดี นอกจากพวกท่านที่เป็นผู้นำศาสนา

ท่านเลขาธิการ ศอ.บต.บอกว่า ยาเสพติดกลัวศาสนา เรื่องนี้ถูกต้องแล้ว เพราะยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของบ้านเราในวันนี้ และเป็นภารกิจของพวกเราที่ต้องช่วยกันดูแล

เพราะยาเสพติดทำลายความเป็นมนุษย์ เราเป็นมนุษย์อยู่ได้เพราะรู้จักคิด แต่ยาเสพติดทำให้คนไม่รู้จักคิด นี่คือการทำลายความเป็นมนุษย์ เป็นการทำลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

หากว่าเรายังมีปัญหายาเสพติดอยู่ เราคงไม่ต้องพูดถึงปัญหาอื่นๆ เพราะเราจะทำอะไรไม่ได้เลยถ้าเด็กๆ ของเราติดยา ถ้าลูกหลานของเราติดยา อย่าโยนภาระให้กับราชการ เนื่องจากข้าราชการก็ไม่สามารถแก้ให้เราได้ เพราะลูกหลานเราอยู่กับเราทุกวัน พวกเขาอยู่กับเราทุกคืน

คนที่จะแก้ปัญหาลูกหลานได้ดีที่สุดนั่นก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองนั่นเอง

ดังนั้น ผู้นำศาสนาจึงต้องสร้างความตระหนักในเรื่องนี้แก่ชุมชน ไม่ใช่อิหม่ามทำหน้าที่นำละหมาดอย่างเดียว แต่ท่านต้องสร้างความตระหนักแก่ชุมชนด้วย ท่านต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน

เราต้องยกระดับมัสยิดขึ้นมาให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาของยาเสพติด

ผมก็คงต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจท่านเลขาธิการ ศอ.บต. พวกเราจะเป็นกำลังใจให้ท่านในการทำงาน เราต้องให้ความร่วมมือกับท่าน

ในราชวงศ์อุมัยยะห์ มีอะมีรุลมุอ์มินีน (ผู้ปกครอง) อีกท่านหนึ่งคือ ท่านอุมัร บิน อับดุลอาซิซ เป็นผู้ปกครองที่มีความเป็นธรรมสูงสุดในราชวงศ์อุมัยยะห์

มีผู้ครองหัวเมืองท่านหนึ่งเสนอให้ท่านสร้างกำแพงกั้นไปถึงตอนเหนือของแอฟริกา เพราะกลัวจักรพรรดิโรมันในสมัยนั้นที่กำลังเรืองอำนาจจะเข้าไปโจมตีโลกอิสลาม จึงจำเป็นต้องสร้างกำแพงกั้นระหว่างพรมแดน

ท่านอุมัรบอกว่า นั่นเป็นการคิดการใหญ่มาก แล้วท่านจะเอางบประมาณที่ไหนมไปทำ อีกทั้งจะเอาคนที่ไหนไปสร้าง เพราะพรมแดนยาวมาก

แต่แล้วมีสิ่งที่ท่านได้ลงมือทำไปก็คือ การสร้างกำแพงขึ้นในหัวใจของประชาชน และการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน เมื่อทำเช่นนั้นได้ประชาชนจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่เหมือนดังเป็นกำแพงให้กับประเทศชาตินั่นเอง