อาทิตย์, กันยายน 24, 2017

ค้นหา

สำนักจุฬาราชมนตรี กับ ‘สถาบันสานสันติภาพเพื่อการพัฒนา’

อย่างที่ทราบกันดี ภาพลักษณ์ของมุสลิมในปัจจุบันมีแนวโน้มจะถูกมองว่าเป็นผู้นิยมความรุนแรง สุดโต่ง

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้หยิบยกปัญหานี้มาหารือแก้ไข และผลักดันให้เกิดการเผยแพร่ในเรื่องของความเป็นสายกลาง ( الفكر الوسطي نشر ) ให้กับมุสลิมในประเทศไทย เพื่อดำรงความเป็นสายกลาง และไม่สุดโต่งในแนวความเชื่อ และการใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายในด้านความเชื่อทางศาสนา และการเข้าสู่ความเป็นประชาชาติสายกลางอย่างแท้จริง

เพื่อให้มุสลิมไทย ที่ถือได้ว่าเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศ สามารถอยู่ร่วมกันกับสังคมส่วนใหญ่ของประเทศอย่างสันติสุข บนพื้นฐานของหลักความเชื่อของศาสนา อันมั่นคงบนแนวทางของอิสลาม

สถาบันฯ มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้บ่อยครั้ง และเห็นสอดคล้องไปในทิศทางที่ตรงกัน  รวมถึงเห็นชอบให้ขยายแนวคิดสาวยกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาความคิดสุดโต่ง และปัญหาของความรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอยู่ในสังคมมุสลิม จนกระทั่งต่างศาสนิกมองอิสลามเป็นศาสนาแห่งความรุนแรง ทั้งๆที่อิสลาม คือศาสนาแห่งความสันติและดำรงไว้ซึ่งความเป็นสายกลาง  หลังจากนั้นจึงได้จัดตั้งคณะทำงานโครงการ “สานสันติภาพสู่สังคมไทย” ขึ้นมา จากการประชุมในวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา  ณ มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา

เป้าหมายหลักของ ‘สถาบันสานติภาพและการพัฒนา’ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีงาม เสริมความเหนียวแน่นและความมั่นคงของคนในสังคม เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของสังคมมุสลิมในประเทศไทย เพราะแนวความคิดของความเป็นสายกลางจะลดผลกระทบจากความคิดสุดโต่ง และความรุนแรง เนื่องจากสาเหตุของแนวความคิดลักษณะนี้มีความกว้างและชัด จนกัดกินพื้นที่สงบส่วนอื่นๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรวดเร็ว

แนวคิดสาวกลาง ยังช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหมู่ชนชาวมุสลิมต่อศาสนิกอื่น รวมถึงเผยแผ่ความจริงของอิสลามให้เด่นชัด และเผยแผ่แนวคิดพื้นฐานของอิสลามอันเที่ยงแท้ ต่อประชาคมชาวไทย เพื่อส่งเสริมให้มุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม และให้ความร่วมมือกับองค์ประกอบอื่นๆ ของสังคมไทย

หลักการของศาสนาได้นำเสนอเรื่องแบบนี้ชัดเจน มิติแห่งศาสนาอิสลามเท่านั้น ที่สามารถขจัดความป่าเถื่อนเหล่านี้ออกไปได้

แนวคิดสายกลางยังส่งเสริมคุณภาพชีวิต เสถียรภาพของมุสลิม และพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ ด้วยการศึกษา เพราะการจุดประกายแนวความคิดและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเสถียรภาพของมุสลิมด้วยมิติทางการศึกษาเท่านั้น จะสามารถสร้างวัคซีนป้องกันโรคร้ายในชุมชนมุสลิมได้ การต่อสู้ทางด้านปัญญา จะเป็นทางรอดของสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งอบายมุขต่าง ๆ

ในระยะแรก สถาบันสานสันติเพื่อการพัฒนา จึงเน้นการเผยแพร่แนวคิดสายกลางในด้านความเชื่อและการกระทำ และประเด็นต่างๆ เช่น การเมือง การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม มุสลิมกับความเป็นสมัยใหม่ การไม่ใช้ความรุนแรง โดยยึดหลักการเผยแผ่แนวคำสอนศาสนาที่เน้นย้ำว่า “มุสลิมเป็นประชาชาติสายกลาง รักสันติ และพร้อมที่จะเผื่อแผ่สู่ประชาชาติอื่นๆ”

คณะทำงานจึงได้จัดกิจกรรมสัมนาอิหม่ามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย ก่อนจะสานต่อและขยายผลโครงการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมทั่วประเทศ

อีกด้านหนึ่ง แนวทางสายกลางยังพยายามประสานความเข้าใจอันดีระหว่างพุทธและมุสลิมได้โดยการจัดเสวนาทางวิชาการระดับนานาชาติที่ ม. มหิดล ภายใต้หัวข้อ ‘ความเมตตา : สะพานเชื่อมระหว่างพุทธและอิสลาม’ โดยเชิญนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากฝ่ายพุทธและมุสลิม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนสนทนา ผลปรากฏว่า ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและความปรารถนาดีกันทั้งสองฝ่าย

ในสภาวะที่สังคมขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน อันอาจนำไปสู่ช่องทางแห่งความเป็นอริค่อนข้างสูง การเปิดมุมมองแบบสายกลาง นับเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นอย่างเร่งด่วนในสังคมมุสลิม ซึ่งเป็นสังคมที่ตกอยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้งและความรุนแรงย่อมมีผลกระทบโดยตรงเกี่ยว ทัศนคติเชิงบวกแบบความเป็นสายกลาง จึงมีความเด่นชัดและแจ่มแจ้งในการแลกเปลี่ยน และนำเสนอหนทางแก้ปัญหา

อย่างน้อยที่สุด แนวทางสายกลางจะสร้างพื้นที่ “การไม่คลั่ง” และลด “การผลิตซ้ำความรุนแรง” ขึ้นเหมือนๆ กับที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นว่า มุสลิมสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติ

ทั้งหลายทั้งปวง แนวคิดสายกลาง จึงเป็นหนทางอันเหมาะสมในการปรับสมดุลของวิธีคิดในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนไทย และสังคมไทย  และที่สำคัญ ทางสายกลางสามารถปลิดทิ้งความรุนแรงขั้นพื้นฐาน ที่บานสะพรั่งไปทั่วสังคมไทยอีกด้วย

สถาบันสานสันติภาพเพื่อการพัฒนา จึงเป็นองค์กรที่จะดำเนินการเพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจในเรื่องความคิดสายกลาง เพื่อยกระดับแนวคิดสู่การนำไปใช้จริงในทางปฏิบัติ และมุ่งหวังเห็นผล จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับปฐมภูมิ สู่ระดับทุติยภูมิของสังคมมุสลิมไทย

เพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นหลังต่อไป