จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

เปิดวิสัยทัศน์ ‘นายกฯ โชติ ชินอรรภพร’ พัฒนาคลองขุด ปี 2557 แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม - หนุนเศรษฐกิจชุมชน

ผ่านสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับเทศบัญญัติการพัฒนาเทศบาลตำบลคลองขุด

แน่นอนว่างานพัฒนาพื้นที่ ยังคงพุ่งเป้าไปในวิสัยทัศน์ “เมืองใหม่น่าอยู่ แหล่งเรียนรู้คุณธรรม เลิศล้ำประเพณี เศรษฐกิจดี มีธรรมาภิบาล”

สู่พันธกิจและยุทธศาสตร์การพัฒนาใน  6 ด้าน กล่าวคือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ฟื้นฟู-จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ควบคู่กับคุณธรรม-จริธรรม การพัฒนาอาชีพที่ก่อเกิดรายได้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดธรรมภิบาล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่างบประมาณในการพัฒนาจะลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยก็ตาม แต่การพัฒนาพื้นที่ภายใต้แนวคิดของ “นายกฯโชติ” และทีมงาน ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการพัฒนาด้านอาชีพ ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดพัฒนาการท่องเที่ยวคลองน้ำเวียน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอนาคต การส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้าน และการต่อยอดไปในเรื่องของการกำจัดขยะชุมชน ซึ่งบางพื้นที่ดำเนินการจนประสบผลสำเร็จไปแล้ว เช่น ธนาคารขยะ ฯลฯ

“แนวคิดต่างๆ ที่เราไปทำความเข้าใจกับชุมชน ก็ต้องต่อยอดไปเป็นโครงการต่อไป เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการฟื้นฟู-จัดการด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะ การส่งเสริมชาวบ้านให้ทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในครัวเรือน เราอยากให้เป็นต้นแบบของพื้นที่ โดยเฉพาะ ม. 3 บ้านเกาะนก ที่มีตัวตั้งตัวตีอยู่แล้ว”

“นายกฯ โชติ” เสริมว่า นอกจากนี้เทศบาลยังมีโครงการเสริมเศรษฐกิจชุมชนตามไปด้วย เช่น หนุนการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจของพื้นที่ โดยที่ไม่ทำลายธรรมชาติเหมือนอย่างที่ผ่านมา

“เรื่องการเข้าไปดูแลสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ เราได้คุยเบื้องต้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูลบ้างแล้ว ตรงนี้เขาก็มีงบประมาณดำเนินการ หลังเทศบัญญัติเราผ่าน เราก็จะดำเนินการของบประมาณในส่วนนี้บ้าง”

เทศบาลตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2557 นี้ จะเริ่มต้นดำเนินโครงการการร่วมกับ ม.3 (บ้านเกาะนก) ม.5 (บ้านนาแค) และ ม.7 (บ้านคลองขุดเหนือ)

“วิธีการตอนนี้ ก็คือ ระหว่างธนาคารขยะกับตลาดนัดขยะ ชาวบ้านจะเลือกวิธีการใด ตอนนี้เรากำลังให้ชาวบ้านไปศึกษาวิธีการอยู่ ชอบแบบไหนก็ต้องให้เขาตัดสินใจ แต่แนวโน้มว่าชาวบ้านน่าจะเลือกตลาดนัดขยะมากกว่า เพราะขายแล้วได้เงินเลย ไม่เหมือนกับธนาคารขยะที่ต้องสต๊อกไว้ ชาวบ้านได้เงินช้า”

“ตอนแรกจะทำ ม.5 ก่อน เขาอยากทำทั้งน้ำหมักชีวภาพและธนาคารขยะ

โดยน้ำหมักชีวภาพทำใน 2 ระบบ ทั้งครัวเรือนและเสริมอาชีพ เพราะจะเหมาะกับสำหรับผู้ที่ปลูกพืชเยอะๆ  ม.7 เขาก็เริ่มดำเนินการไปแล้วสำหรับธนาคารขยะ ส่วน ม.3 การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมก็ใช้ได้ตอนนี้ คิดว่าอนาคตเทศบาลจะเข้าไปส่งเสริมเรื่องการทำปุ๋ยหมักให้เขาด้วย”

แต่อย่างไรก็ตาม “นายกฯ โชติ” ย้ำว่า เรื่องการสนับสนุนตรงนี้ อยากจะให้ชาวบ้านยืนได้ด้วยขาตัวเองเสียก่อน เทศบาลไม่อยากเสริมโครงการอื่นๆ เข้าไปโดยที่ชาวบ้านยังไม่มีความต้องการ

“อยากให้ทำไปตามสภาพ ไม่อยากไปฝืนชาวบ้านให้ดำเนินการเกินตัว อย่างปกติเขาเลี้ยงวัวอยู่ 10 ตัว เราก็เข้าไปเสริมในเรื่องในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้เลี้ยงวัวแล้วเราซื้อวัวให้เขาไปเลี้ยง อันนั้นไม่ได้ เพราะจะเป็นปัญหาภายหลัง” นายกฯโชติ กล่าวในที่สุด

ข่าว / เอลิยา มูเก็ม 
ภาพ / ครรชิต แก้วเจริญ