จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

รู้จัก “สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ จชต."

images

      หลายคนคงยังไม่รู้จักสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 12 เลขที่ 3 ถ.อาคารสงเคราะห์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
 
     กล่าวได้ว่าสมาคมฯ เริ่มต้นก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2546 โดยโต๊ะครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ได้เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 12 ยะลา
 
     เริ่มแรกเป็นเพียงการจัดตั้งเป็นชมรมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันปอเนาะใน จชต. และต้องการที่จะเป็นศูนย์ประสานงานในระหว่างภาครัฐ

     ชมรมได้ดำเนินการขอใบอนุญาตสถาบันศึกษาปอเนาะจากรัฐบาลได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2547 จำนวน 214 แห่ง และปี 2548 ได้รับอนุญาตเพิ่มอีก 87 แห่ง
 
     วันที่ 29 ธ.ค.2548 สถาบันศึกษาปอเนาะ 214 แห่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาทางกายภาพโดยนายอารีย์ วงศ์อารยะ รมช.ศึกษาธิการในยุคนั้น ในวงเงินจำนวนทั้งสิ้น 55,811,700 บาท
 
     ต่อมาวันที่ 13 ก.ค.2550 ชมรมได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาปี 2551 มีสถาบันศึกษาปอเนาะ 30 กว่าแห่งเข้ายื่นจดทะเบียนเพิ่มเติม และได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล

     ต้นปี 2552 สมาคมฯ ได้ขยายเป็นสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีสงขลาและสตูลเพิ่มเข้ามา
และมีนายอับดุลอาซิส ยานนา ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคม
....

     ปอเนาะสอนอะไร ?! 
     คำว่า “ปอเนาะ” รากศัพย์เดิมมาจากภาษาอาหรับคือ “ฟุนดก” หมายถึง ที่พักชั่วคราวของผู้เดินทาง เป็นที่มาของคำว่าปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
     ปี พ.ศ. 1700 เป็นต้นมา เริ่มมีการเผยแพร่ศาสนาอิสลามเข้ามายังดินแดนขวานทอง มาช่วงปี พ.ศ. 2043-2335 ผู้คนแถบด้ามขวานทองรับอิสลามอย่างมากมาย เกิดอุลามะฮ์ (ผู้รู้-ปราชญ์) มากมายจนปอเนาะขยายทั่วพื้นที่  ทำให้ภูมิภาคนี้ถูกขนานนามว่า “ระเบียงแห่งเมกกะฮ์”
 
     กระทั่งผู้คนเดินทางเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้อย่างมากมายทั้งในและประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน เขมร เวียดนาม พม่า เป็นต้น เป็นการเรียนการสอนแบบ “กีตาบยาวี”
 
     หลายปอเนาะในเวลาต่อมา ปรับระบบการเรียนการสอนเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม โดยเสริมหลักสูตรสามัญเข้าไป ยังคงลักษณะการสอนแบบกีตาบยาวี “เช้าเรียนศาสนา บ่ายเรียนสามัญ”  กระทั่งทุกวันนี้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือในชื่อย่อ สช. บางโรงยกเลิกกีตาบยาวี 

     ส่วนปอเนาะที่ยังคงการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม เรียกภาษาราชการในปัจจุบันว่า “สถาบันศึกษาปอเนาะ”   
 
     อย่างไรก็ตาม สถาบันศึกษาปอเนาะไม่มีหลักสูตรเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงแต่โต๊ะครูจะจัดการเอง โดยมีรายวิชาหลักๆ ใน 16 รายวิชา คือ 1. อัลกุรอ่าน 2. อัลหะดิษ (วจนะ) 3. อัลเตาฮีด (หลักการศาสนา) 4. อัลฟิกฮ์ (ศาสนบัญญัติ) 5. นาฮู (อักขรวิธี) 6. อัลอัคลาค (จริยธรรม) 7. ซอรอฟ (วากยสัมพันธ์) 8. ตัฟซีร (อรรถอธิบายอัลกุรอาน) 9. ตัจวิด (หลักการอ่านอัลกุรอาน) 10. อุศูลตัฟซีร (หลักการอรรถาอธิบายอัลกุรอาน) 11. อุศูลหะดิษ (หลักการวัจนะ) 12. อุศูลฟิกฮ์ (หลักการศาสบัญญัติ) 13. อัลฟารออิฏ (แบ่งมรดก) 14. อัลตารีค (ศาสนประวัติ) 15. อัลบาราเฆาะฮ์ (สำนวนโวหาร) และ 16. มันฏิก (ตรรกวิทยา)
 
     จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง, หากกล่าวกันว่าสถาบันศึกษาปอเนาะใน 3 จชต. ถือเป็นสถาบันการศึกษาปอเนาะที่ดีที่สุดในโลก