อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

กินบนขอน-นอนริมเล ที่บ้านบากันเคย ตันหยงโป-สตูล

images      สำหรับ อบจ.พาเที่ยวฉบับนี้ เราจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าแห่งใหม่ ก็ว่าได้ เพราะเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ มาประมาณ ปีกว่า ๆ คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้จัก แต่หากท่านได้อ่านข้อมูลในวันนี้ รับรองว่า ทุกท่านต้องอยากไป
 
     บ้านบากันเคย หมู่ที่ 3 ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล คือแหล่งที่มาของ ทริปนี้ “กินบนขอน นอนริมเล” กับรีสอร์มชุมชนบ้านบากันเคย สัมผัสบ้านพักเรียบง่ายริมทะเลแบบวิถีชีวิตดั้งเดิม ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนกับการนับดาวตกบนท้องฟ้าเปิด ท่ามกลางเสียงคลื่น ที่แสนจะโรแมนติก มีทั้งเรือ บุหงา เรือนตันหยง เรือนกำปง และเรือน บากัน ซึ่งแต่ละเรือนใช้ภาษามลายูท้องถิ่น มาตั้งชื่อ บริการ คืนละ 350 บาท
 
     ล่องเรือสู่เกาะกวาง สัมผัสหาดเปลือกหอยล้านปี เป็นหาดที่เรียกได้ว่าเป็นหาดเปลือกหอยที่มีอายุนานล้านปี ก่อนรวมตัวกันเป็นหาดสวรรค์ ชมทัศนียภาพบนจุดชมวิวที่สวยที่สุดกลางเกาะ และนำท่านลัดเลาะ เดินตามชายหาดซึ่งอยู่กลางทะเล เพราะที่นั่นเปรียบเสมือนทะเลแหวกที่มีหนึ่งเดียวในสตูลที่มีความยาวกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถูกขนานนามว่า ทางเดินจ้าวสมุทร ดุจดั่งกำลังเดินทาง บนเส้นทางหลังมังกรกลางทะเล ทั้งนี้ ที่จุดนี้ยังสามารถ เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ได้อีกด้วย
 
     ล่องเรือต่อไป ยังเกาะสามพี่น้อง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปูเลาตีฆอ ซึ่งเป็นเส้นทางการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล 

     มีกิจกรรมล่องเรือคายัค ชมระบบนิเวศชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ อาทิ แนวหญ้าทะเล ดอนหอยกาบัง สัมผัสลูกนกทะเลอย่างใกล้ชิด ณ หากเกาะมดแดง ทั้งนี้ ป่าชายเลนสองฝั่งคลองยังประกอบไปด้วย ณ คลองอูมอ เช่น เหยี่ยวทะเล นกกระสา นกกุนจง นกกระเต็น ลิงแสม และยังเห็น ระหว่างนั่งเรือจะเห็นถึงบรรยากาศของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวประมงชายฝั่งอย่างชัดเจน ตั้งแต่คนกำลังให้อาหารในกระชังปลากระพง คนกำลังสาวอวนจากเรือหางยาว รวมไปถึงเด็กกำลังย่ำกั้ง (จับกั้ง) จนเป็นที่ขึ้นชื่อว่า เป็นมหศจรรย์ใต้โคลนตม 
 
     นอกจากนี้ที่นี่ยังมีธนาคารกั้งแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกก็ว่าได้ จุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของชาวบ้าน เพื่อระดมความคิดในการจัดการทรัพยากรหน้าบ้าน นั่นก็คือทะเล ซึ่งเปรียบเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงที่ชุบเลี้ยงชีวิตของชาวชุมชนบ้านบากันเคยในรูปแบบธนาคารสัตว์น้ำ ตลอดจนประสานความร่วมมือ องค์กร ภาคีต่างๆ ภาครัฐ เอกชน องค์กรศึกษา องค์กรชุมชนร่วมจัดสรรจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ
 
     มาถึงบรรยากาศฝั่งบนบกกันบ้าง นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เรื่องของอาหารการกิน ของที่นี่ก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน เพราะที่นี่มีร้านอาหารที่เรียกว่า เป็นการรวมกลุ่มของกลุ่มสตรีบ้านบากันเคย รสสมือกลมกล่อมแบบทะเลแท้ๆ อีกด้วย
 
     นางเอฉ๊ะ เหล็มเป่ง กุ๊กฝีมือเยี่ยมจากร้านค้าชุมชน นำอาหาร 4 จานเด็ด ได้แก่ กั้งหมักกระเทียมพริกไทย ที่ใช้กั้งตัวโต หมัดกระเทียมกับพริกไทย เอามาทอดในน้ำมัน จึงได้กั้งทอดกรอบ ที่หอมและรสชาติต่างจากที่อื่น

     จานที่สอง ปูผัดผงกะหรี่ ที่ใช้ปูม้าตัวโต ที่ได้จากทะเลสดๆ มาผัดใส่เครื่องเทศที่จัดจ้าน ที่รสชาติกลมกล่อม  สีสันชวนลิ้มลองมากๆๆ

     จานที่สาม ปลากะพงนึ่งมะนาว เพราะที่นี่เป็นแหล่งของปลากะพงขาวชั้นดี รสชาติหวานหอมเพราะความสด นั่นเอง พอเอามานึ่งจึงได้ปลากะพง ที่ทั้งสดและอร่อย

     อาหารจานเด็ดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ขอบอกว่าสงวนราคา เริ่มต้นที่ 150 เท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นแล้ว ขึ้นอยู่กับขนาดของ กั้ง ปู และปลาด้วย แต่รับรองว่าไม่แพงเลย สำหรับรสชาติและความสดที่ได้รับ

     อิ่มอาหารทะเลรสเลิศกันแล้ว ก็มาหาความรู้ใส่ตัวโดยการชมมหาลัยชาวเล ที่มีเรื่องราววิถีชีวิตชาวเล กับการพึ่งพาทรัพยากรและการจัดการทรัพยากรการใช้ภูมิปัญญาในการพยากรณ์อากาศ ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและของใช้โบราณ ซึ่งไม่มีในห้องเรียนทั่วไป เหมาะสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรยนและบุคคลทั่วไปที่สนใจ

     ปิดท้ายด้วยการสัมผัสวิถีชีวิตของคนทำเคย(กะปิ) อาชีพดั้งเดิมของคนบากันเคย ที่คงมีเหลือให้เห็น แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ก่อนซื้อกะปิกุ้งอย่างดี ติดไม้ติดมือกลับบ้าน

     สนใจร่วมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ติดต่อได้ที่
     อิดริส  อุเส็น ผู้ใหญ่บ้านบากันเคย โทร.081-7489596
     สั่งอาหารล่วงหน้า โทร.086-9561508