จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

‘ยางพารา’ ช่วยลดภาวะโลกร้อน

images

      การเกิดภาวะโลกร้อน มีสาเหตุมาจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกมากขึ้น ปกติก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมบรรยากาศของโลกมีจำนวนหนึ่งทำหน้าที่ยอมให้แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานแสงคลื่นสั้นผ่านมาสู่พื้นผิวโลก ทำให้อุณภูมิของโลกอบอุ่นพอเหมาะแก่สิ่งมีชีวิตที่ดำรงอาศัยอยู่ในโลก แล้วสะท้อนกลับเป็นความร้อนพลังงานคลื่นยาวออกนอกโลก จากการที่ประชากรของโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ทำให้การสะท้อนพลังงานความร้อนออกไปนอกโลกได้น้อยลง เกิดการสะสมความร้อนมากขึ้นในบรรยากาศของโลก อุณภูมิของโลกโดยรวมจึงสูงขึ้น ทำให้ลมฟ้าอากาศแปรปรวน

      วิธีลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกมี 2 วิธี คือ 1.ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ไปใช้พลังงานบริสุทธิ์ เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ พลังงานจากมวลชีวภาพ หรือแม้แต่พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น 2.การรักษาเสริมสร้างและเพิ่มพูนแหล่งดูดซับ (Sink) กักเก็บ (Rexervion) อันได้แก่การรักษาสภาพป่าตามธรรมชาติไม่ให้ถูกทำลาย การปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทำลาย การปลูกต้นไม้ที่เป็นไม้เศรษฐกิจที่มีอายุยืนยาว ที่สามารถกักเก็บมวลชีวภาพได้ปริมาณมาก ผลิตผลที่ได้จากการปลูกไม้ยืนต้นดังกล่าว สามารถหมุนเวียนปรับเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ได้ในหลายระดับ ไม่ถูกย่อยสลายหรือเผาไหม้คืนก๊าซเรือนกระจกกลับเข้าสู่บรรยากาศในระยะเวลาอันสั้น

      การปลูกยางพาราของเกษตรกรจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยลดภาวะโลกร้อน และทำให้สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติดีขึ้น เพราะการปลูกยางพาราต้องใช้ระยะเวลาการปลูกยาวนาน จากผลการศึกษาโดยสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรพบว่า ต้นยางพาราสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มาเก็บรักษาในรูปสารคาร์บอนชนิดต่างๆ ได้ไม่น้อยกว่า 1.7 เมตริกตัน/ไร่/ปี ถ้าวงจรการปลูกยางพาราตั้งแต่ปลูกจนถึงการตัดโค่น 25 ปี จะสามารถกักเก็บก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 21.2 เมตริกตัน/ไร่ ที่อยู่ในสภาพของอินทรีย์วัตถุ ซากใบ กิ่งก้าน ผล เมล็ด ไม่น้อยกว่า 8 เมตริกตัน/ไร่ เป็นอาหารพืชและสัตว์ แล้วสลายเป็นแร่ธาตุกลับคืนสู่พื้นดินหมุนเวียนกลับมาใช้อีก และจะสามารถกักเก็บสารคาร์บอนได้ 43 เมตริกตัน/ไร่ ไว้ในต้นยาง เพื่อสร้างผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้

      จากการที่ยางพารามีอายุยาวนาน ทำให้สภาพพื้นดินที่ถูกปกคลุมด้วยต้นยางอย่างต่อเนื่องยาวนาน ลดการถูกกระแสลมและน้ำฝนที่ตกชะล้าง โดยเฉพาะการปลูกยางในพื้นที่ลาดชันหรือภูเขาในระบบการทำขั้นบันได (แนวระดับ) และมีการปลูกพืชคลุมดินในระหว่างแถวจะเป็นการลดการพังทลายของหน้าดินอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้การประกอบอาชีพการทำสวนยางพารา ยังเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพราะปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 20 หรือ 25 ปี

      ยางพาราเป็นพืชยืนต้นมีทรงพุ่มใหญ่ ทำให้สามารถดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์จากบรรยากาศได้มาก ในขบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อเปลี่ยนแร่ธาตุและสารอาหารที่รากต้นยางดูดซึมมาจากพื้นดินให้เป็นน้ำตาล และอาหารไปหล่อเลี้ยงลำต้นแล้วปลดปล่อยธาตุออกซิเจนออกมาสู่บรรยากาศแทน ช่วยให้มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ได้รับอากาศบริสุทธิ์ขึ้น ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวเพิ่มก๊าซเรือนกระจกแก่โลก

       จะเห็นได้ว่าการปลูกยางพารานอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ และอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรที่ปลูกแล้ว ยางพารายังเป็นพืชที่มีคุณอนันต์ในการทำให้สภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน สร้างความชุ่มชื้นให้กับสภาพแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มก๊าซออกซิเจนในบรรยากาศที่ดีและเหมาะสมแก่มนุษย์และสัตว์ที่อาศัยอยู่บนโลก ปัญหาภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาที่รุนแรงในขณะนี้จะลดลงได้ด้วยการที่เกษตรกรชาวสวนยาง ได้ปลูกยางพาราเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน