จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

เยือนทุ่งยาว แวะชิมขนมโบราณที่ร้าน “หวังเล้งโอชา”

images     เมืองตรัง เป็นเมืองหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องของอาหารการกิน ถ้าอยากแวะชิม อาหารอร่อย ที่ติดใจติดปมากมานานนม ก็คงเป็นเมืองตรังนี่แหล่ะครับ
 
     เอาล่ะครับ วันนี้ได้แวะมาเมืองตรัง (ถึงแม้จะนอกเมืองสักหน่อย)แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่า บ้านนี้เมืองนี้เขามีของดีของอร่อยทั้งเมืองจริง ๆ ครับ

     วันนี้ขับรถผ่านมายัง บ้านทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน ครับ (พอดี อยากหาโอกาส พาสาวมาตกปลา แถบหมู่เกาะเภตรา แล้วบังเอิญ สาวที่นั่งข้าง ๆ มา บ่นว่าหิวจัดเหลือเกิน ไอ้ผมมันก็คนใจอ่อน จะใจดำให้น้องนางหิวจนแสบท้องก็ไม่ใช่วิสัยสุภาพบุรุษอย่างผม ก็เลยแวะมาที่ทุ่งยาวนี่แหล่ะครับ

     จะว่าไปแล้ว เมืองทุ่งยาวนี้ก็ดูสงบเรียบร้อยดีครับ บรรยากาศโดยรอบยังอุดมไปด้วยธรรมชาติ รู้สึกสดชื่นเลยทีเดียว

     ผมขับรถวนหาของกินอยู่พักหนึ่ง ได้ร้านอาหารตามสั่งแถบนั้นมาเป็นที่พึ่งพายามหิว ระหว่างที่นั่งทานอยู่นั้น ก็มีพี่คนหนึ่งแนะนำว่า แถบนี้มีของกินขึ้นชื่อ อยู่นะ หากใครต้งการหาของขวัญของฝาก ก้ไม่ผิดหวัง ไม่รอช้าครับ ผมรีบถามพี่ชายคนนั้นทันที ว่าร้านอยู่ตรงไหน เขาก็บอกว่า อยู่ในตลาดทุ่งยาวนี่เอง พี่ชายใจดีคนนั้นอาสาขับรถนำทางๆไป

     แล้วเราก็เจอจริงๆ ครับ ลักษณะร้านเป็นตึกแถว ธรรมดานี่เองครับ พอไปถึง ถามชายคนหนึ่งที่ออกมาต้อนรับ บอกว่า ขนมเหลืออยู่แค่นี้ ต่างมองมาที่ถาดใส่ขนม ที่เหลืองอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น หน้าตาขนมก็แปลก ๆ (เพราะผมไม่รู้จัก) ห่อด้วยกระดาขาวบางอย่างดีแพ็คไว้เป็นถุง ๆ  ดูแล้วก็สะอาดดี

     ผมไม่ยอมเสียเที่ยวครับ ไหนๆ ก็มาแล้วต้องคุยจับเจ้าของร้านซะหน่อย มาทราบชื่อ พี่ชายคนนั้นทีหลังว่า ชื่อ ปิติ  มนัสปิยะเลิศ ซึ่งเป็นูกชายเจ้าของร้านขนมนี่นี่เอง

     พี่ปิติ เล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เปิดมานานมากแล้ว ไม่ต่ำกว่า 60 ปีเพราะ ทำมานานมากแล้วถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่ทุกวันนี้จะแบ่งขนมวันละอย่าง 2 อย่าง ทั้งนี้เพราะ เป็นการทำในครัวเรือน มีคนทำไม่มาก ประกอบกับขั้นตอนการทำแต่ละอย่าง ล้วนละเอียดลออ จนหาแรงงานคนที่มาทำค่อนข้างยาก จึงทำกันเองในครอบครัว

     “ร้านที่นี่จะเปิดตั้งแต่เช้า ช่วงเช้าก็จะมีซาลาเปา ใส้หมู พร้อมกับ ชา กาแฟ แต่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน เพราะ ซาลาเปาที่ร้านนี้ทำยาก หลายขั้นตอน และที่สำคัญ เรายังทำแบบวิธีเก่าๆ ดั้งเดิม ทำให้ใช้เวลาในการทำมากกว่าซาลาเปาทั่วไป พอช่วง 9-10 โมง ของก็เริ่มหมดแล้ว ชื่อร้านก็ไม่มีนะครับ แต่คนจะรู้จักกันในนาม หวังเล้งโอชา” พี่ปิติเล่าให้ฟัง

     ทีนี้ผมไม่รอช้าครับ ถึงแม้ว่าจะเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสกินซาลาเปาของร้านนี้ก็ตาม จึงขออนุญาตเยี่มชมบรรยากาศในร้าน พร้อมกับบุกถึงห้องครัว

     ตะลึงครับ ในห้องครัว มีชายชราที่ดูแล้ว ต้องมีเชื้อส่ยจีนแน่ ๆ คนหนึ่งใส่กางเกงขาขั้น ไม่ใสเสื้อ กำลังสาละวนอยู่กับการตัดขนน อย่างหนึ่ง ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็น “ข้าวพอง” ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แฝงไว้ด้วยความสุข แต่มือก็ขมักขเม้นอยู่กับขนมบนโต๊ะโดยไม่ให้คลาดสายตา พร้อมกับคนงานที่เป็นลูกหลาน 2-3 คนที่กำลังช่วย กันอยู่

     ชายคนนี้นี่เองครับที่เป็นเจ้าของร้าน และเจ้าของสูตรขนมโบราณมากมายที่วางอยู่หน้าร้าน พร้อมทั้งซาลาเปาที่เขาขึ้นชื่อว่าอร่อยนักอร่อยหนามแต่ผมไม่ได้กิน

     คุณตา หม่าเคี๊ยง  แซ่โค้ว คือชายคนที่ผมกำลังเอ่ยถึงครับ ถึงแม้จะพูดสำเนียงที่บ่ชัดถึงเชื้อชายแล้ว แต่ก็ยังฟังออกว่า สูตรขนมทุกอย่างของที่นี่ เป็นสูตรดั้งเดิม จากซัวเถา คุณคตาหม่าเคี๊ยง ได้มา พอมาตั้งรกรากอยู่เมืองไทยก็ได้สูตรขนมพวกนี้ติดตัวมา เพื่อนำมาเลี้ยงชีพด้วย

     นี่เองครับคือที่มาของขนม หน้าตาแปลก ๆ ที่ผมว่า มารู้ทีหลังว่า เป็นขนม ข้าวพอง ขนมตุ๊บตั๊บ ขนมเปลอกส้มโอ และอีกหลาย ๆ ขนม ที่การันตีโดยผมว่าอร่อยจริง ๆ
วันนั้นนอกจากจได้ชิมข้าวพองทีรดชาติไม่เหมือนที่อื่นแล้วผมยังขนขนมตุ๊บตั๊บไปฝากเพื่อนที่ทำงาน กินกันจนฟันผุ เอ๊ย อร่อยกันหน้าเลยครับ

     ต้องบอกว่าไม่เสียเที่ยวจริง ๆ เพราะหากใครจะซื้อขนมที่ร้านนี้ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ขอบอกได้คำเดียวว่าหากินได้ยากมาก และก็อร่อยมาก ๆ ด้วยเช่นกัน