อังคาร, กันยายน 19, 2017

ค้นหา

The last samurai in Nakhonsithammarat บทสรุปสุดท้ายของซามูไรแห่งเมืองนครศรีธรรมราช

images “ยามาดะ  นางามาซะ”

      Japanese Garden สวนญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในสวนสมเด็จศรีนครินทร์ (ทุ่งท่าลาด) มีแผ่นป้ายแท่งหินขนาดใหญ่สลักว่า เป็นอนุสรณ์ระลึกถึง เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ยามาดะ นางามาซะ พร้อมรายละเอียดไม่มากนัก 

    “เกี่ยวกับอนุสรณ์สถานออกญาเสนาภิมุข ยามาดะ นางามาซะ กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงของประเทศสยามตั้งแต่ปี 1350-1767 รวม 417 ปี กล่าวกันว่าได้มีชาวญี่ปุ่นมากที่สุดจำนวน 3,000 คน เข้ามาทำการค้าโดยผ่านทางเรือสำเภา และอาศัยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น  ออกญาเสนาภิมุข ยามาดะ นางามาซะ มีถิ่นกำเนินที่เมืองซึรุกะ ปัจจุบันคือจังหวัดชิซิโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

เป็นผู้นำหมู่บ้านที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในช่วงนั้น ได้เดินทางมาเมืองลิกอร์ ปัจจุบันคือจังหวัดนครศรีธรรมราชในฐานะผู้นำทางด้านการทหารสุดท้ายทราบว่าท่านเสียชีวิตที่นี่ เมื่อปี 1630  เกี่ยวกับออกญาเสนาภิมุข ยามาดะ นางามาซะ ได้มีเรื่องเล่าเขียนไว้มากมายและเพื่อเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์แห่งมิตรภาพที่อบอุ่นระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น  จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ขึ้น อนุสรณ์สถานแห่งนี้จะเป็นการต้อนรับศตวรรษใหม่ ในการสร้างมิตรภาพและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศและประสงค์ให้ชาวญี่ปุ่นทราบโดยทั่วกัน” 

       การเดินทางสู่เมืองนครศรีธรรมราชของซามูไร ยามาดะ

       ซามูไร ยามาดะ เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาและมีบทบาท มีอำนาจทางการเมืองอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ถูกส่งตัวโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์องค์ที่ 24 แห่งกรุงศรีอยุธยา ให้ไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการลงโทษข้อหาไม่จงรักภักดี เนื่องจากเมืองนครศรีธรรมราชเป็นแดนอิทธิพลของออกหลวงมงคลเพื่อนสนิทคู่ปรับเก่า โดยหวังไว้ว่า อย่าให้ ยามาดะ อยู่เป็นสุขที่เมืองนครศรีธรรมราช เพราะมีศัตรูคอยทิ่มแทงทั้งภายในและภายนอก

       ซามูไร ยามาดะเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนที่เท่าไรไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  แต่เรื่องราวที่เมืองนครศรีธรรมราชเป็นดังนี้  ก่อนหน้าที่จะเดินทาง ซามูไร ยามาดะ นั้นมีบุตรชายลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น อายุ 18  ปี 1 คน กับภรรยาคนไทยอยุธยา นามว่า โออิน เมื่อซามูไร ยามาดะ ผู้พ่อได้เป็นเจ้านคร ผู้ลูกชายก็เลยได้อำนาจไปด้วยอย่างอัตโนมัติ มีเรื่องเล่าว่า พระยานครศรีธรรมราช ซามูไร ได้ทำเรื่องไม่ดีไม่งามไว้มาก ดังบทช้าน้อง ( กล่อมเด็ก ) ของชาวนครศรีธรรมราช ความว่า
 
          “ไก่อูกเหอ     ไก่อูกหางลุ่น  
      ข้าหลวงญี่ปุ่น    ทำวุ่นจับเด็ก
 จับเอาแต่สาวสาว    บ่าวบ่าวไปทำมหาดเล็ก
       ญี่ปุ่นจับเด็ก    วุ่นทั้งเมืองนครเอย”

       ต่อมา ซามูไร ยามาดะ พระยานครศรีธรรมราช ได้บริหารเมืองด้านต่างๆ และได้ส่งบุตรชายและคณะไปเรียกส่วยภาษีจากเมืองปัตตานี และก็ได้รับการต่อต้านจากเมืองปัตตานีโดยเฉพาะชาวต่างชาติในเมืองปัตตานีเช่น ฮอลันดา โปรตุเกส และอังกฤษที่ไม่ชอบญี่ปุ่นที่เข้ามาแข่งขันทางการค้าในปัตตานีและแม้แต่โจรสลัดก็ไม่ชอบซามูไรญี่ปุ่น เนื่องจากซามูไรญี่ปุ่นได้เข้ามาควบคุมน่านน้ำนครศรีธรรมราช ปัตตานี และเส้นทางเดินเรือไปญี่ปุ่นแทนตน คนเหล่านี้จึงช่วยกันแข็งข้อต่อนครศรีธรรมราชไม่ยอมส่งเครื่องบรรณาการตามที่ตกลงไว้แถมประกาศทำศึกอีกต่างหาก ซามูไร ยามาดะ ออกญาเสนาภิมุข พระยานครศรีธรรมราช จึงยกกองทัพไปทำศึกปัตตานีโดยใช้ชาวญี่ปุ่นในปัตตานีเป็นไส้ศึก ขณะที่การรบยังไม่เสร็จสิ้น พระยานครศรีธรรมราชถูกฟันที่ขาบาดเจ็บจึงยกทัพกลับนครศรีธรรมราชเป็นการชั่วคราว
  
       การเพลี่ยงพล้ำของซามูไร ยามาดะ ครั้งนี้ทราบถึงพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดข่าวนี้มาก จึงทรงบัญชาให้ออกพระมะริด เจ้าเมืองไชยา นำยาพิษมาใส่แผลให้โดยหลอก ซามูไร ยามาดะว่าเป็นยาหลวงจากราชสำนักทั้งที่เป็นยาพิษงูผสมยางไม้ชนิดหนึ่ง ทำให้  ซามูไร ยามาดะ เสียชีวิตทันทีในอีกไม่กี่ชั่วโมง สรุปแล้ว ซามูไร ยามาดะ ออกญาเสนาภิมุข พระยานครศรีธรรมราช ได้ถึงแก่กรรมที่เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. 2176

       นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ มีโบราณสถานมากมายเช่นกำแพงเมืองหรือวังเจ้านครที่เป็นหลักฐานสำคัญ แต่พบว่าหลักฐานต่างๆเหล่านี้ได้ถูกทำลายไปสิ้นเพื่อลดบทบาทความยิ่งใหญ่ในอดีตของเมืองนครศรีธรรมราชลง ดังนั้นหลักฐานพยานการเป็นพระยานครศรีธรรมราชของ ซามูไร ยามาดา ก็ถูกลบให้หายไปตามกาลเวลานั้นด้วยทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจจะเหลือเป็นหลักฐานพยานความเชื่อปรากฏอยู่ในความรู้สึกและความทรงจำเพียงบทช้าน้อง บทหนึ่ง

 

ที่มา บทความทางวิชาการ อันดับที่ 170  เรื่องซามูไร ยามาดา - ออกญาเสนาภิมุข พระยานครศรีธรรมราช  ของคุณชาลี ศิลปรัศมี