จันทร์, กันยายน 25, 2017

ค้นหา

“วันนี้-พรุ่งนี้” ของ ‘กอเซ็ง จิงดารา’ ส.อบจ.หนึ่งเดียวจากกาบัง

images      สำหรับ “กอเซ็ง จิงดารา” แล้ว วันนี้นอกจากเขาจะดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.หนึ่งเดียวจากอำเภอกาบัง เขายังดำรงตำแหน่งรองประธานสภา อบจ. คนที่ 1

     มีมุสตอพากามา อาลีมามะ เป็นรองประธานสภา คนที่ 2 โดยมะหะมะ วาแมดีซา นั่งบัลลังค์ประธานสภา
 
     ถ้านับบทบาทในคณะกรรมการสามัญประจำ อบจ. ใน 13 ชุด เขาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการถึง 5 ชุด เป็นประธาน 3 ชุด คือ ประธานคณะกรรมการสามัญประจำสภา, ประธานคณะกรรมการสาธารณสุข, ประธานคณะกรรมการการส่งเสริมอาชีพและการลงทุน

     ส่วนตำแหน่งคณะกรรมการ เป็นทั้งคณะกรรมการการคลัง, คณะกรรมการประชาสัมพันธ์และการท่องเที่ยว
 
     เมื่อพูดถึงกาบัง กอเซ็งบอกว่า แม้จะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ ที่แทบไม่ค่อยมีใครรู้จัก ประกอบด้วย 2 ตำบล (บาละ,กาบัง) แบ่งเป็น 18 หมู่บ้าน เพิ่งแยกการปกครองจาก อ.ยะหาเมื่อปี 2534 อาณาเขตส่วนหนึ่งติดกับประเทศมาเลเซียฝั่งเคดะห์ แต่ก็ผ่านไปมากันไม่ได้เพราะเทือกเขาสูงใหญ่ขวางกั้น   

     ที่เรียกกาบังเพราะเรียกไล่เรียงไปตามตำบล ตามหมู่บ้าน ตามชื่อต้นไม้ (เงาะชนิดหนึ่ง) บ้านกาบังที่แท้นั้นตั้งอยู่ใกล้ถนนยือนัง ทางไปบาละ ตรงกับสะพานคอนกรีตลูกที่ 2 จากยือนังมองไปทางซ้ายมือ จะเห็นดงมะพร้าวอยู่มากมายนั่นเอง

     เหตุที่บ้านนี้ได้ชื่อว่า "กาบัง" เพราะในอดีตมีต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ในหมู่บ้าน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ขึ้นอยู่ริมทางเดินติดกับทุ่งนา (ในอดีตทางเดินจากบ้านกาบังถึงยือนัง หรือจากยือนังไปยะหาจะต้องเดินผ่านทางหมู่บ้านนี้) ต่อมาต้นกาบังตายเพราะเหตุอายุมาก จากนั้นหมู่บ้านกาบังก็เริ่มร้างผู้คน

     แต่ก็ถือว่าเป็นอำเภอที่น่าอยู่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะยางพารา สวนผลไม้ มีคำขวัญน่าสนใจ คือ  “แหล่งต้นไม้ใหญ่ ชื่นใจธรรมชาติ ไม้กวาดดอกหญ้า จำปาดะพันธุ์ดี”

     ในวัย 50 กลางๆ กอเซ็งหรือแบเซ็งในคำเรียกคุ้นลิ้นชาวบ้าน เขาเกิดที่ ม.3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง ต.กาบัง เขาบอกว่านามสกุลที่แท้ ไม่ใช่ “จิงดารา” อย่างในปัจจุบัน ที่ถูกต้องคือ “จิงตรา”

     แต่ก็บอกไม่ได้ว่า “ตรา” แตกตกหล่นกลายมาเป็น “ดารา” บนที่ว่าการอำเภอในสมัยใด

     ชีวิตวัยเรียนของเขาอาจจะผิดปกติกว่าคนบ้านเดียวกัน ตรงที่ต้องโยกย้ายตัวเองไปอยู่กับเพื่อนยังปอเนาะอิสลามิยะห์สหวิทยา แถบ อ.เขาชัยสน พัทลุง พร้อมๆ กับเรียน กศน.จนจบมัธยมต้นที่ รร.ท่ามิหรำ

     กอเซ็งเล่าถึงเสี้ยวชีวิตในครั้งนั้นว่า ภาษาเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เพราะที่บ้านไม่เคยมีใครพูดภาษาไทยเลย   

     กลับมาไม่นานปี ก็ไปใช้ชีวิต อส.(อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน) ในเขตเมืองยะลา ชีวิตผกผันเมื่อมีคนชักชวนไปรับงานเป็นไปรษณีย์เอกชน จนชาวกาบังเรียก “แบเซ็ง-ไปรษณีย์” กันทั้งเมือง

     กระทั่งเขาได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก อบต.กาบังเป็นครั้งแรกที่ลงสมัคร และปี 47 ลงสนามใหญ่ในระดับ ส.อบจ.ปรากฏผลสำเร็จ     

     เขายอมรับว่าชีวิตไปรษณีย์ คือก้าวย่างสำคัญในการทำงานการเมือง ทั้งในฐานะ ส.อบต.และ ส.อบจ. เพราะเขารู้จักชาวกาบังแทบจะทุกบ้าน

     “ผมทำงานการเมืองแบบไม่มีเสแสร้ง เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างงั้น กินนอนได้ทุกที่ทุกเวลา ชาวบ้านเข้ามาหาได้ทุกเมื่อ พี่น้องไทยพุทธผมก็สนิทสนม แม้กระทั่งเจ้าอาวาส”

     หากโยนปัญหาความไม่สงบทิ้งออกไป ถามว่าปัญหาในพื้นที่มีอะไรบ้าง เขาตอบว่า

     “ปัญหาเศรษฐกิจน่าจะไม่มี เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ตัดยาง เดี๋ยวนี้ราคายางก็แพง ถ้าเรียงลำดับน่าจะเป็นเรื่องถนนหนทาง ปัญหาเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดและปัญหาด้านการศึกษา”

     กอเซ็งมองว่า ปัญหายาเสพติดวันนี้ยอมรับว่ายากที่จะแก้ไข แต่ยอมรับว่ายังมีทาง ถ้าทุกส่วนของสังคมร่วมกันแก้ แต่ต้องไม่ให้คนใดคนหนึ่งแบกภาระ

     ส่วนปัญหาด้านการศึกษา ถ้าจะมี ก็คงเป็นเรื่องของสถานที่เรียนในระดับมัธยมปลาย เขาบอกว่าใน อ.กาบัง ยังไม่มีโรงเรียนใดที่เปิดถึงระดับมัธยมปลาย

     อย่างไรก็ตาม แม้อีกไม่มีกี่ปีจะถึงวัยเกษียณ แต่เขาบอกว่าวันนี้เขายังมีไฟ ยังมีกำลังใจในการทำงานช่วยเหลือสังคม และคำตอบยังคงหนักแน่น

     “ผมจะทำ จนกว่าชาวบ้านจะไม่ให้ทำ”